ลิขสิทธิ์คืออะไร สรุปครบ กฎหมาย บันทึกบัญชี และแนวทางวางแผนภาษีธุรกิจ

ลิขสิทธิ์

ลิขสิทธิ์ (Copyright) คือ สิทธิแต่เพียงผู้เดียวตามกฎหมายของผู้สร้างสรรค์งานที่ได้ถ่ายทอดความคิดออกมาในรูปแบบรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นงานวรรณกรรม ซอฟต์แวร์ ดนตรี งานประดิษฐ์ หรือสื่อดิจิทัล โดยผู้สร้างสรรค์จะได้รับความคุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องจดทะเบียน

สำหรับผู้ประกอบการและนิติบุคคล การซื้อ ขาย หรืออนุญาตให้ใช้ลิขสิทธิ์ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องกฎหมายสินทรัพย์ทางปัญญา แต่เกี่ยวโยงโดยตรงกับ ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax), ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และ การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ซึ่งหากบริหารจัดการไม่ถูกต้อง จะนำไปสู่ภาระภาษีและเบี้ยปรับที่ไม่จำเป็น

สารบัญ
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    1. เปรียบเทียบลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้า

    ความเข้าใจผิดเรื่องประเภทสินทรัพย์ทางปัญญาทำให้บริษัทลงบัญชีและยื่นภาษีผิดประเภท ตารางนี้สรุปความแตกต่างเพื่อการวางโครงสร้างบัญชีที่ถูกต้อง:

    ประเภทสินทรัพย์

    ลิขสิทธิ์ (Copyright)

    สิทธิบัตร (Patent)

    เครื่องหมายการค้า (Trademark)

    ขอบเขตการคุ้มครอง

    งานสร้างสรรค์ สื่อ ซอฟต์แวร์ ศิลปกรรม

    นวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ กรรมวิธีการผลิต

    โลโก้ ชื่อแบรนด์ สัญลักษณ์สินค้า

    การได้มาซึ่งสิทธิ์

    คุ้มครองทันทีที่สร้างสรรค์

    ต้องยื่นจดทะเบียนเท่านั้น

    ต้องยื่นจดทะเบียนเพื่อรับความคุ้มครอง

    อายุการคุ้มครอง

    ตลอดอายุผู้สร้างสรรค์ + 50 ปี

    20 ปี (สิทธิบัตรการประดิษฐ์)

    10 ปี (ต่ออายุได้ทุก 10 ปี)

    ประเภทรายได้ทางภาษี

    ค่าสิทธิ (Royalty) ตามมาตรา 40(3)

    ค่าสิทธิ (Royalty) ตามมาตรา 40(3)

    ค่าสิทธิ / สิทธิการใช้แบรนด์

     

    2. ภาระภาษีและการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับลิขสิทธิ์

    ตามประมวลรัษฎากร ค่าตอบแทนจากการให้ใช้สิทธิ์หรือขายลิขสิทธิ์ ถือเป็น ค่าสิทธิ (Royalty) ตามมาตรา 40(3) ซึ่งมีภาระภาษีและหลักการบันทึกบัญชีดังนี้:

    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT): นิติบุคคลจ่ายค่าสิทธิให้บริษัทในประเทศ ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% (หากจ่ายให้บุคคลธรรมดาต้องหักตามอัตราก้าวหน้า หรือจ่ายให้ต่างชาติหัก 15%)
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): การอนุญาตให้ใช้สิทธิ์ในลิขสิทธิ์ถือเป็นการให้บริการ ต้องเสีย VAT 7% นิติบุคคลควรเลือกใช้บริการ [รับจด Vat] เพื่อจัดการภาษีซื้อ-ภาษีขายอย่างถูกต้อง
    • สินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Assets): ลิขสิทธิ์ที่ซื้อมาเพื่อใช้ในกิจการระยะยาว ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์และหักค่าเสื่อมราคา/ตัดจำหน่าย ไม่เกิน 10 ปี (หรือตามอายุสัญญา)
    รับทำบัญชีเริ่มต้น 3,900
    [รับทำบัญชี วางแผนภาษีครบวงจร Station Account®]

    3. Case Study: การคำนวณภาษีและการบันทึกบัญชี (Journal Entries)

    เคสที่ 1: การซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์มาใช้งานในองค์กร (Intangible Asset)

    สถานการณ์: บริษัท A จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์ระบบ ERP มูลค่า 500,000 บาท (ไม่รวม VAT) จากบริษัท B ในประเทศไทย มีกำหนดตัดจำหน่าย 5 ปี

    การคำนวณภาษี:
    • มูลค่าซอฟต์แวร์: 500,000 บาท
    • VAT 7%: 35,000 บาท
    • หัก ณ ที่จ่าย (3% ของ 500,000): 15,000 บาท
    • ยอดเงินจ่ายสุทธิ: 520,000 บาท (500,000 + 35,000 – 15,000)

    การบันทึกบัญชี (Journal Entry):

    เดบิต  สินทรัพย์ไม่มีตัวตน – ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์    500,000  บาท
    เดบิต  ภาษีซื้อ                                 35,000  บาท
           เครดิต  ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย                   15,000  บาท
           เครดิต  เงินสด / ธนาคาร                           520,000  บาท
    (บันทึกการซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%)

     

    เคสที่ 2: การจ่ายค่าสิทธิลิขสิทธิ์รายเดือน (Royalty Expense)

    สถานการณ์: บริษัท C จ่ายค่าสิทธิการใช้ลิขสิทธิ์รูปภาพและวิดีโอรายเดือนให้แก่ผู้ให้บริการในไทย จำนวน 50,000 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT)

    การคำนวณภาษี:
    • ค่าสิทธิ: 50,000 บาท
    • VAT 7%: 3,500 บาท
    • หัก ณ ที่จ่าย (3% ของ 50,000): 1,500 บาท
    • ยอดเงินจ่ายสุทธิ: 52,000 บาท

    การบันทึกบัญชี (Journal Entry):

    เดบิต  ค่าใช้จ่าย – ค่าสิทธิ (Royalty Fee)       50,000  บาท
    เดบิต  ภาษีซื้อ                                  3,500  บาท
           เครดิต  ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย                    1,500  บาท
           เครดิต  เงินสด / ธนาคาร                            52,000  บาท
    (บันทึกค่าใช้จ่ายค่าสิทธิลิขสิทธิ์พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%)

     

    หากองค์กรของคุณต้องการความแม่นยำในการปิดงบประจำปีและจัดทำเอกสารประกอบการลงบัญชี สามารถเลือกใช้บริการ [รับทำบัญชี] และ [รับปิดงบบัญชี]  จากทีมงานมืออาชีพ เพื่อป้องกันความเสี่ยงถูกสรรพากรประเมินย้อนหลัง

    4. เปรียบเทียบภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ตามรูปแบบสัญญาลิขสิทธิ์

     

    รูปแบบธุรกรรมลิขสิทธิ์

    ผู้รับเงิน

    อัตรา WHT

    การเสีย VAT

    ซื้อขาดลิขสิทธิ์ (Outright Sale)

    นิติบุคคลในประเทศ

    3%

    เสีย VAT 7%

    เช่าใช้/จ่ายค่าสิทธิรายเดือน

    นิติบุคคลในประเทศ

    3%

    เสีย VAT 7%

    จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้บุคคลธรรมดา

    บุคคลธรรมดา

    ก้าวหน้า (1-35%)

    ไม่เสีย (เว้นแต่เข้าเงื่อนไข VAT)

    จ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปต่างประเทศ

    นิติบุคคลต่างประเทศ

    15% (หรือตาม DTA)

    ภ.พ.36 (นำส่ง VAT 7%)

    ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎระเบียบภาษีสิทธิประโยชน์ สามารถอ้างอิงจากข้อบังคับของ [กรมสรรพากร] โดยตรง

    5. FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับลิขสิทธิ์และภาษี

    A: ต้องพิจารณาตามอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) โดยทั่วไปหากเข้าข่ายค่าสิทธิ บริษัทในไทยผู้จ่ายเงินมีหน้าที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.54) และนำส่งภาษีมูลค่าแทนผู้ให้บริการต่างชาติผ่านแบบ ภ.พ.36 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

    Q2: ลิขสิทธิ์ที่สร้างขึ้นเองภายในบริษัท สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ได้หรือไม่?

    A: บันทึกได้เฉพาะต้นทุนใน ‘ขั้นพัฒนา’ (Development Phase) ที่ตรงตามเงื่อนไข TAS 38 เช่น ค่าจ้างโปรแกรมเมอร์ หรือค่าทดสอบระบบ แต่ไม่สามารถบันทึกค่าใช้จ่ายใน ‘ขั้นวิจัย’ (Research Phase) เป็นสินทรัพย์ได้

    Q3: ค่าซื้อลิขสิทธิ์ตัดหักค่าเสื่อมราคาได้กี่ปี?

    A: ตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) สินทรัพย์ไม่มีตัวตนประเภทลิขสิทธิ์ หากไม่กำหนดอายุการใช้ ให้ตัดจำหน่ายไม่เกิน 10 ปี แต่หากมีการกำหนดอายุสัญญาคุ้มครองไว้ชัดเจน ให้ตัดจำหน่ายตามอายุสัญญานั้นๆ

    Q4: ทำไมต้องแยกสัญญาระหว่าง ค่าบริการกับ ค่าสิทธิลิขสิทธิ์‘?

    A: เนื่องจากอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย และเงื่อนไขตามอนุสัญญาภาษีซ้อนต่างกัน การระบุสัญญาผิดประเภทอาจทำให้ยื่นภาษีผิด และถูกสรรพากรประเมินเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

    สำนักงานบัญชีคุณภาพ