หจก.กับบริษัท ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนประหยัดภาษีสูงสุด

หจก.กับบริษัท

การเลือกรูปแบบองค์กรธุรกิจเป็นกระดุมเม็ดแรกที่จะกำหนดโครงสร้างภาษีและความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งหมดของผู้ประกอบการ คำถามยอดฮิตอย่าง หจก.กับบริษัท มีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนให้ผลตอบแทนคุ้มค่ากว่ากัน คือปัจจัยชี้ขาดอนาคตทางการเงินของธุรกิจ Station Account® ได้สรุปเปรียบเทียบเชิงลึกเพื่อวิเคราะห์ทางเลือกที่สร้าง ROI สูงสุดให้แก่คุณ

สารบัญ
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    1. เปรียบเทียบโครงสร้างทางกฎหมายและความรับผิดชอบ

    แม้ทั้งสองรูปแบบจะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย แต่โครงสร้างหุ้นส่วนและความรับผิดชอบในหนี้สินมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

    ประเด็นวิเคราะห์

    ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)

    บริษัท จำกัด (บจก.)

    จำนวนผู้ตั้งต้น

    อย่างน้อย 2 คน

    อย่างน้อย 2 คน (ตามกฎหมายใหม่)

    ความรับผิดชอบในหนี้สิน

    • หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด: รับผิดไม่เกินจำนวนเงินที่ลงหุ้น
    • หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด: รับผิดร่วมกันในหนี้สินทั้งหมดโดยไม่จำกัดจำนวน

    ผู้ถือหุ้นทุกคน รับผิดชอบไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังชำระไม่ครบ เท่านั้น

    หุ้นส่วนผู้จัดการ

    ต้องเป็นหุ้นส่วนประเภทไม่จำกัดความรับผิดชอบเท่านั้น

    แต่งตั้งจากกรรมการ ซึ่งจะเป็นผู้ถือหุ้นหรือไม่ก็ได้

    ความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ

    ปานกลาง เหมาะกับธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง

    สูง เหมาะกับการระดมทุน สถาบันการเงิน และคู่ค้าขนาดใหญ่

     

    💡 คำแนะนำจาก Station Account®
    หากธุรกิจของคุณมีความเสี่ยงด้านหนี้สินสูง หรือต้องติดต่อกับบริษัทคู่ค้าขนาดใหญ่ การเลือกจดทะเบียนบริษัทจะช่วยจำกัดความเสี่ยงส่วนบุคคลและสร้างความน่าเชื่อถือได้เหนือกว่า หากต้องการเริ่มต้นอย่างถูกต้อง วางโครงสร้างทุนให้ปลอดภัย สามารถเลือกใช้บริการ รับจดทะเบียนบริษัท เพื่อป้องกันความเสี่ยงทางกฎหมายตั้งแต่เดย์วัน

     

    2. เปรียบเทียบภาระภาษีและการบันทึกบัญชี

    ในมุมมองของกรมสรรพากร ทั้ง หจก. และ บริษัท จำกัด เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก “กำไรสุทธิทางภาษี” ในอัตราเดียวกัน (อัตราทั่วไป 20% หรือ อัตราก้าวหน้าสำหรับ SME 0-20%) แต่จุดต่างสำคัญอยู่ที่ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และการปันผลกำไร

    รายการ

    ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.)

    บริษัท จำกัด (บจก.)

    อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล

    SME: กำไร 0-300,000 บาท (ยกเว้น), 300,001-3,000,000 บาท (15%), ส่วนที่เกิน (20%)

    SME: กำไร 0-300,000 บาท (ยกเว้น), 300,001-3,000,000 บาท (15%), ส่วนที่เกิน (20%)

    การเอาเงินกำไรออกจากธุรกิจ

    นำเงินออกผ่าน “เงินปันผล” หรือ “แบ่งกำไรให้หุ้นส่วน” (ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10%)

    นำเงินออกผ่าน “เงินปันผล” (ถูกหัก ณ ที่จ่าย 10%) หรือจ่ายเงินเดือน/ค่าตอบแทนกรรมการ

    การจัดทำบัญชีและผู้สอบบัญชี

    ต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน และต้องมีผู้สอบบัญชี (TA หรือ CPA ตามขนาดธุรกิจ)

    ต้องทำบัญชีตามมาตรฐาน และต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA เท่านั้น)

     

    📌 บริการแนะนำ
    หากต้องการวางแผนภาษีเชิงรุกเพื่อลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหลีกเลี่ยงค่าปรับย้อนหลัง คุณสามารถใช้บริการ รับทำบัญชี เพื่อควบคุมต้นทุนภาษีให้ต่ำที่สุด

     

    รับจดทะเบียนหจก 4,900 บาท
    [รับจดทะเบียนหจก. วางแผนภาษีครบวงจร Station Account®]

    3. ตัวอย่างเคสการคำนวณภาษีและการบันทึกบัญชีจริง

    เคสที่ 1: การบันทึกบัญชีจัดตั้งและรับชำระทุนเรือนหุ้น

    โจทย์: จัดตั้งนิติบุคคลด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ชำระเต็มจำนวนเข้าบัญชีธนาคารของนิติบุคคล

    การบันทึกรายการบัญชี (Journal Entry)
    เดบิต: ธนาคาร  1,000,000 บาท
    เครดิต: ทุนเรือนหุ้น / ทุนหุ้นส่วน  1,000,000 บาท

    (บันทึกรับชำระเงินทุนจัดตั้งนิติบุคคล)

     

    เคสที่ 2: การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจ่ายเงินปันผล (SME)

    โจทย์: นิติบุคคลมีกำไรสุทธิทางภาษีประจำปี 3,500,000 บาท (เข้าเงื่อนไข SME: ทุนชำระไม่เกิน 5 ลบ. และรายได้ไม่เกิน 30 ลบ.)

    การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล:
    1. กำไร 0 – 300,000 บาทแรก: อัตรา 0% = 0 บาท
    2. กำไร 300,001 – 3,000,000 บาท (จำนวน 2,700,000 บาท): อัตรา 15% = 405,000 บาท
    3. กำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท (จำนวน 500,000 บาท): อัตรา 20% = 100,000 บาท
    รวมภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ: 505,000 บาท

    กำไรสุทธิหลังหักภาษี: 3,500,000 – 505,000 = 2,995,000 บาท

    การบันทึกบัญชีเมื่ออนุมัติจ่ายเงินปันผล 1,000,000 บาท (หัก ณ ที่จ่าย 10%)
    เดบิต: กำไรสะสม  1,000,000 บาท
    เครดิต: ธนาคาร  900,000 บาท
    เครดิต: ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.2)  100,000 บาท

    (บันทึกจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น/หุ้นส่วน พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%)

     

    4. ปัจจัยชี้ขาด: ควรเลือกจด หจก. หรือ บริษัท?

    1. ความเสี่ยงของธุรกิจ: หากเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยงสูง มีโอกาสเกิดคดีความ หรือมีหนี้สินทางการค้ามาก บริษัท จำกัด คือคำตอบ เพราะปกป้องสินทรัพย์ส่วนตัวของคุณ

    2. ประเภทของลูกค้า: หากลูกค้ารายใหญ่คือบริษัท มหาชน หรือหน่วยงานราชการ การเลือก บริษัท จำกัด จะเปิดโอกาสการประมูลงานได้ดีกว่า

    3. งบประมาณและค่าใช้จ่ายในการบริหาร: หากเป็นธุรกิจครอบครัว เริ่มต้นขนาดเล็ก ไม่ต้องการความยุ่งยากด้านผู้สอบบัญชีระดับ CPA การเลือกใช้บริการ รับจดทะเบียนหจก อาจช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นได้มากกว่า

    ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อกำหนดและหลักเกณฑ์การจัดตั้งนิติบุคคลเพิ่มเติมได้ที่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เพื่อเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตามกฎหมาย

    5. FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ หจก.กับบริษัท

    Q1: เปลี่ยนจาก หจก. เป็น บริษัท จำกัด ได้หรือไม่?

    A: ทำได้ โดยกระทรวงพาณิชย์มีขั้นตอนการแปรสภาพห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัดได้ตามกฎหมาย โดยไม่ต้องเลิก หจก. เดิม ทำให้สามารถสืบสิทธิและทรัพย์สินต่อเนื่องได้ทันที

    Q2: หจก. เสียภาษีน้อยกว่า บริษัท จริงหรือไม่?

    A: ไม่จริง ทั้งสองรูปแบบใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกันทุกประการ อัตราภาษีขึ้นอยู่กับเงื่อนไขกำไรสุทธิและคุณสมบัติ SME ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำว่า หจก. หรือ บริษัท

    Q3: จดทะเบียน หจก. ต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไร?

    A: กฎหมายไม่ได้กำหนดทุนขั้นต่ำสำหรับการจด หจก. แต่ควรกำหนดให้สอดคล้องกับขนาดธุรกิจและความน่าเชื่อถือ ส่วนบริษัทจำกัดต้องมีมูลค่าหุ้นขั้นต่ำหุ้นละ 5 บาท และมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน

    Q4: ทำไมจดบริษัทถึงต้องใช้ผู้สอบบัญชี CPA เท่านั้น?

    A: เนื่องจาก บริษัท จำกัด มีโครงสร้างการบริหารที่ซับซ้อนและกระทบต่อผู้ถือหุ้นส่วนน้อย กฎหมายจึงกำหนดให้ต้องใช้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและรับรองงบการเงิน ต่างจาก หจก. ขนาดเล็กที่สามารถใช้ผู้สอบบัญชีภาษีอากร (TA) ได้

    สำนักงานบัญชีคุณภาพ