fbpx

บิลค่าน้ำมัน เครมภาษีได้ไหมมาหาคำตอบกัน

บิลค่าน้ำมัน

เจ้าของธุรกิจต่างๆ คงจะทราบเป็นอย่างดีว่าในการดำเนินกิจการจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การข้อกำหนดของกฎหมาย ซึ่งกฎหมายประเภทหนึ่งที่สัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับการดำเนินธุรกิจคือกฎหมายเกี่ยวกับภาษี เจ้าของ ธุรกิจห้างร้านที่มีรายได้จากกิจการของตัวเองจึงมีหน้าที่ที่จะนำส่งภาษีให้แก่กรมสรรพากรตามกำหนดเวลา โดยค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการล้วนต้องนำมาคำนวณเพื่อหักภาษี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการค้าขาย หรือค่าใช้จ่ายย่อย ๆ ที่อ้างอิงจาก “บิลค่าน้ำมัน” ก็ถือเป็นส่วนที่ต้องนำมาคำนวณภาษีด้วยหากอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดไว้ เรียกได้ว่าเรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะกิจการจะขับเคลื่อนไปได้นั้นจะต้องอาศัยการเดินทางไม่ว่าจะออกไปพบปะลูกค้า ขนส่งสินค้าในระยะใกล้ไกลก็ตาม คุณจะต้องไม่ละเลยรายจ่ายในส่วนนี้

สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    มาร่วมหาคำตอบการหักภาษีจากบิลค่าน้ำมัน

    ในการดำเนินกิจการใด ๆ ก็ตามจะต้องมีค่าใช้จ่ายหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบธุรกิจ ซึ่งจะเป็นผลพวงที่เชื่อมไปยังการจัดการภาษีให้ถูกต้องตามระเบียบกำหนดของกรมสรรพากร เพราะทุกธุรกิจย่อมต้องเกี่ยวพันอยู่กับการจัดการภาษีอย่างเสียไม่ได้อยู่แล้ว ซึ่งการจัดการภาษีก็มีทั้งภาษีที่ต้องจ่ายไปและภาษีที่ขอคืนได้หากเป็นไปตามข้อกำหนดของสรรพากร และในการดำเนินธุรกิจจะมีค่าใช้จ่ายในส่วนของ บิลค่าน้ำมัน ที่มักเกิดเป็นข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้องอย่างไรกับการจัดการภาษี ซึ่งจะมาหาคำตอบนั้นไปพร้อม ๆ กันในลำดับถัดไป

    บิลค่าน้ำมันมีผลต่อการจัดการภาษีอย่างไร

    ในชีวิตประจำวันของเราจะต้องได้ยินการกล่าวถึงภาษีเป็นประจำอย่างแน่นอน และภาษีก็สามารถเกิดจากกิจกรรมหลากหลายประเภทที่เกี่ยวข้องทั้งจากตัวบุคคลหรือนิติบุคคล โดยที่จะพูดถึงต่อไปนี้เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มของนิติบุคคลซึ่งกำลังดำเนินธุรกิจอยู่ โดยภาษีต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นระหว่างดำเนินกิจการจะเกี่ยวพันกับค่าใช้จ่ายที่หมุนเวียนอยู่ภายในบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายหลักรวมไปถึงค่าใช้จ่ายจิปาถะอย่าง บิลค่าน้ำมัน ล้วนแต่ต้องนำมาใช้ในการคำนวณภาษีทั้งสิ้น 

    แต่ค่าใช้จ่ายอย่าง บิลค่าน้ำมัน ก็มักจะเป็นปัญหาถกเถียงว่าสามารถนำมาใช้คำนวณเพื่อหักภาษีได้หรือไม่ เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่มีลักษณะก้ำกึ่งว่าจะสามารถพิสูจน์ว่าเป็นภาษีที่ถูกต้องและนำไปใช้คำนวณเพื่อหักภาษีได้ หรือว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่ไม่สามารถนำไปใช้คำนวณภาษีได้ โดยคำตอบของปัญหานี้ได้ถูกตอบออกมาแล้วว่า บิลค่าน้ำมัน เป็นค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาใช้คำนวณเพื่อหักภาษีได้หากอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของกรมสรรพากร

    ข้อกำหนดของบิลน้ำมันที่สามารถนำมาหักภาษีได้

    หากว่า บิลค่าน้ำมัน ที่มีลักษณะตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดไว้โดยกรมสรรพากรก็จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนนี้สามารถนำไปใช้คำนวณเพื่อนำไปสู่การหักภาษีได้ โดยภาษีที่เกิดจาก บิลค่าน้ำมัน เป็นประเภทของภาษีซื้อซึ่งเป็นลักษณะของภาษีมูลค่าเพิ่มที่มาจากผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีผู้หนึ่งเรียกเก็บจากการซื้อสินค้าของผู้ประกอบการจดเบียนอีกผู้หนึ่ง โดยภาษีมูลค่าเพิ่มจาก บิลค่าน้ำมัน จะสามารถนำมาใช้ในการขอคืนภาษีได้จะต้องมีเงื่อนไข ดังนี้

    1. ต้องเป็นค่าน้ำมันของรถยนต์ที่มีที่เกิน 10 ที่นั่งขึ้นไป โดยไม่ได้จำกัดประเภทของน้ำมันที่เติม ซึ่งค่าน้ำมันของรถยนต์ส่วนบุคคลและไม่ได้ใช้เพื่อกิจกรรมเชิงพาณิชย์จะไม่สามารถนำมาใช้เพื่อขอคืนภาษีได้ ด้วยเหตุนี้รถที่ถูกระบุไว้อย่างชัดเจนว่าเป็นรถเพื่อใช้ในการดำเนินกิจการจึงจะสามารถนำ บิลค่าน้ำมัน มาใช้ในการคำนวณภาษีได้
    2. ค่าน้ำมันจากรถที่มีการทำสัญญาเช่าและยินยอมให้นำมาใช้ในการดำเนินกิจการสามารถนำมาหักภาษีได้
    3. จะต้องมีใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเท่านั้นมาใช้ในการอ้างอิงเพื่อขอคืนภาษี หากใช้เป็นใบกำกับภาษีอย่างย่อจะไม่นับเป็นหลักฐานอ้างอิงที่ถูกต้องตามข้อกำหนด
    4. และในใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบนั้นต้องมีการระบุเลขทะเบียนรถที่นำไปเติมน้ำมันด้วยทุกครั้ง

    ข้อมูลที่ต้องระบุบนใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ

    ใบกำกับภาษีที่ออกมาเพื่อใช้อ้างอิง บิลค่าน้ำมัน ซึ่งสามารถนำมาประกอบการคำนวณเพื่อขอคืนภาษีได้นั้นต้องเป็นใบกำกับภาษีที่เต็มรูปแบบ โดยต้องระบุข้อมูลตามที่กำหนดไว้อย่างครบถ้วนมิเช่นนั้นจะถือว่าเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงไม่ได้ ข้อมูลที่ต้องถูกระบุไว้บนใบกำกับภาษีต้องมีดังต่อไปนี้

    – คำว่า ใบกำกับภาษี

    – ชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของฝ่ายผู้ขายสินค้า

    – ชื่อ-ที่อยู่ ของฝ่ายผู้ซื้อสินค้า

    – เลขที่ใบกำกับภาษี

    – ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือบริการ

    – จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มของสินค้าหรือบริการ

    – รายละเอียดอื่น ๆ ที่ต้องระบุตามที่กรมสรรพากรกำหนด โดยในกรณีของ บิลค่าน้ำมัน จะต้องระบุทะเบียนรถคันที่นำไปเติมน้ำมันลงไปในใบกำกับภาษีด้วย

    หากใครที่ดำเนินธุรกิจมานานแล้วไม่ทราบถึงการลดหย่อนภาษีในส่วนนี้ อยากให้ลองกลับไปทำบัญชีพร้อมใบเสร็จให้เรียบร้อย เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณนั้นมีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการคำนวณต้นทุนของกิจการนั้นเอง

    บิลน้ำมันที่ใช้ได้พิจารณาจากประเภทรถยนต์

    ในหัวข้อนี้จะขยายความเกี่ยวกับเงื่อนไขการพิจารณาว่า บิลค่าน้ำมัน ที่สามารถนำมาใช้อ้างอิงเพื่อใช้หักภาษีได้ ซึ่งจากเงื่อนไขที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ได้ระบุไว้ว่าต้องเป็นประเภทรถยนต์ที่มีเพื่อใช้ในเชิงพาณิชย์เท่านั้น ซึ่งจะเป็นลักษณะของรถกระบะ 2 ประตู รถบรรทุก รถยนต์มีที่นั่งเกินกว่า 10 ที่นั่งแบบรถตู้ โดยสามารถเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ไม่ได้จำกัดชนิดของน้ำมัน โดย บิลค่าน้ำมัน ที่ใช้คำนวณเพื่อขอคืนภาษีจะนับเพียงตัวเองค่าใช้จ่ายที่ได้หักภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปแล้วเท่านั้น 

    และอีกกรณีหนึ่งประเภทของงรถที่ยินยอมให้มีการทำสัญญาเช่าเพื่อนำมาใช้ในเชิงพาณิชย์ของกิจการนั้น ๆ สามารถนำ บิลค่าน้ำมัน ที่ได้จากการเติมน้ำมันมาใช้อ้างอิงเพื่อนำไปคำนวณเพื่อขอคืนภาษีได้ แต่ในกรณีของรถยนต์ที่นั่งไม่ถึง 10 ที่นั่งไม่สามารถนำมาใช้คำนวณเพื่อขอคืนภาษีได้ แต่กิจการสามารถนำมาใช้หักค่าใช้จ่ายได้เต็มจำนวนตามข้อกำหนดของกรมสรรพากร

    ข้อควรระวังในการขอคืนภาษี

    จากหัวข้อก่อนหน้าที่ได้อธิบายถึงการขอคืนภาษีจากค่าใช้จ่ายที่อ้างอิงจาก บิลค่าน้ำมัน ก็จะนำไปสู่การขยายความเกี่ยวกับการคำนวณเพื่อขอคืนภาษีของกิจการ ซึ่งจำเป็นจะต้องระวังเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการดำเนินธุรกิจว่าเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามที่ไม่สามารถนำมาใช้ขอคืนภาษีต่าง ๆ ได้ และนอกจากนี้เจ้าของกิจการจะต้องระมัดระวังในการยื่นขอคืนภาษีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในขอยื่นเกี่ยวกับภาษีในแต่ละปี โดยมีข้อควรระวังมาแนะนำ ดังนี้

    1. ควรคำนวณภาษีให้ถูกต้องเสียก่อน โดยเมื่อคำนวณรายได้จากการดำเนินกิจการมาตลอดทั้งปีแล้วควรนำผลลัพธ์ที่ได้ไปเทียบกับฐานภาษีของกรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง
    2. ยื่นแบบภาษีให้ถูกต้องตามประเภท โดยมักจะพบปัญหาการยื่นแบบภาษีผิดประเภทหรือกรอกรายละเอียดไม่ถูกต้องบ่อยครั้ง ซึ่งก่อนจะยื่นแบบภาษีควรตรวจทานความถูกต้องให้เรียบร้อยเสียก่อน
    3. การโอนคืนภาษีผ่านบริการพร้อมเพย์จะทำรายการได้เร็วกว่า ดังนั้น เจ้าของกิจการความมีบัญชีที่ลงทะเบียนพร้อมเพย์เอาไว้เพื่อจะได้รับโอนภาษีเงินคืนได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น
    4. ควรยื่นแบบภาษีให้ตรงเวลา เพราะการยื่นภาษีล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดจะถือเป็นความผิดที่ทำให้ต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มร้อยละ 1.5% ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ และต้องเสียค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาท ฉะนั้น จึงควรเตรียมยื่นภาษีให้ทันตามเวลาที่กำหนดเพื่อไม่ให้เกิดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นขึ้นมา

    บทสรุป

    เชื่อว่าจากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นในข้อมูลข้างต้นจึงทำให้ทราบแล้วว่า บิลค่าน้ำมัน สามารถนำมาใช้เครมภาษีได้ แต่จะต้องเป็นบิลที่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดไว้ โดยพิจารณาจากประเภทของรถยนต์ที่เติมน้ำมันว่ามีการนำมาใช้งานในเชิงพาณิชย์หรือไม่ และใบกำกับภาษีที่นำมาใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงนั้นมีรายละเอียดครบถ้วนหรือไม่จึงจะถือว่าใช้ได้ เรียกได้ว่าเป็นรายจ่ายเล็กๆ ที่ไม่เล็กอีกต่อไป📌Station Accout – เรารับจดทะเบียนบริษัทดีที่สุด™