ภาษีคืออะไร มีความสำคัญอย่างไรบ้างต่อประเทศ

ภาษีคือ
ในเรื่อง “การทำบัญชี” ธุรกิจองค์กร สิ่งที่สำคัญแทบเหนือสิ่งอื่นใดนั้นคือเรื่องของภาษี ในการใช้ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องยนต์ ฯลฯ สิ่งที่เราจ่ายไปทุกอย่างมีการบวกเพิ่มของภาษีหมด บทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเนื้อหาในเรื่องของภาษีกัน
สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    ความหมายของภาษีคืออะไร

    ภาษี(Tax) คือ  เงินตราหรือทรัพย์ที่ประชาชนต้องนำส่งให้กับรัฐหรือสถาบันที่มีหน้าที่เทียบเท่ากับรัฐทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อนำเงินตราหรือทรัพย์ที่เก็บได้จากประชาชนมาใช้ในการบำรุงผลักดันและสร้างเศรษฐกิจในประเทศ ซึ่งภาษีเหล่านี้จะถูกนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในระบบราชการ สาธารณูปโภคทั้งหมดในประเทศชาติเพราะเป็นรายได้หลักจากรัฐที่จะนำมาพัฒนาให้ประชาชนอยู่กันในประเทศอย่างภาสุข

    ในความหมายของภาษีเราสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท

    1. ภาษีทางตรง คือ ผู้ที่มีหน้าที่เสียภาษีโดยตรงไม่สามารถผลักภาระไปให้กับบุคคลอื่นอาทิ ภาษีเงินได้บุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นต้น

    2. ภาษีทางอ้อม คือ ผู้มีหน้าที่เสียภาษีแต่ไม่ต้องรับภาระ สามารถที่จะผลักภาระภาษีนี้ไปให้กับบุคคลอื่น ซึ่งเรามักจะเรียกว่า ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ เป็นต้น

    ประเภทรายได้ที่สำคัญของรัฐบาลแยกตามหน่วยงานที่จัดเก็บ

    1. กรมสรรพากร

    • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    • ภาษีเงินได้นิติบุคคล
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม
    • ภาษีธุรกิจเฉพาะ
    • อากรแสตมป์
    • ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
    • ภาษีอากรอื่นๆและรายได้อื่น

    2. กรมสรรพสามิต

    • ภาษียาสูบ
    • ภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน
    • ภาษีสุราและค่าผลประโยชน์
    • ภาษีเบียร์
    • ภาษีรถยนต์
    • ภาษีรายได้อื่นๆ เช่น ภาษีไฟ ภาษีแก้ว เครื่องหอมเครื่องสำอาง เป็นต้น

    3. กรมศุลกากร

    • อากรขาเข้า
    • อากรขาออก

    ประวัติในการจัดเก็บภาษี

    ศิลาจารึกสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชในยุคสมัยสุโขทัย คาดว่าการจัดเก็บภาษีอากรเป็นวิวัฒนาการของการก่อสร้างราชอาณาจักรไทยในยุคแรกๆ ซึ่งสมัยนั้นต้องมีการทำสงครามกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการรบแต่ละครั้งเมื่อชนะก็จะต้องเอาทรัพย์สินผู้คนและให้ประเทศผู้พ่ายแพ้ส่งเครื่องบรรณาการมอบให้ ลักษณะดังกล่าวนี้คือนำรายได้นอกราชอาณาจักรเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นรูปแบบการจัดเก็บภาษีประเภทหนึ่ง ต่อทาก็มีการพัฒนาเป็นเงินตราใช้แลกเปลี่ยนในราชาอาณาจักร

    ที่มา : หนังสือที่ระลึกในการเปิดอาคารกรมสรรพากร

    โครงสร้างของภาษีอากร

    ในกฎหมายภาษีอากร แบ่งโครงสร้างได้ 6 ข้อหลัก

    1. ผู้มีหน้าที่เสียภาษีอากร แบ่งได้เป็น บุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

    2. ฐานภาษีอากร คือ มูลเหตุที่ต้องเสียภาษี ซึ่งจะขึ้นอยู่กับกฎหมายที่กำหนดไว้ เช่น

    2.1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฐานภาษี คือเงินได้สุทธิ

    2.2 ภาษีมูลค่าเพิ่ม ฐานภาษี คือ มูลค่าการใช้จ่าย

    3. อัตราภาษีอากร คือ ร้อยละที่จัดเก็บภาษี แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท

    3.1 ภาษีแบบบคงที่ คือ ฐานภาษีเปลี่ยนแต่อัตราภาษีคงที่

        – ภาษีเงินได้นิติบุคคล อัตราร้อยละ 20 ของฐานกำไรสุทธิ (ไม่ใช่อัตราลด)

        – ภาษีมูลค่าเพิ่ม อัตราร้อยละ 7 ของมูลค่าการบริโภค

    3.2 อัตราภาษีแบบก้าวหน้า เช่น ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ฐานภาษีเงินได้สุทธิ (ตาราง)

    เงินได้สุทธิตั้งแต่ (บาท) เงินได้สุทธิจำนวนสูงสุด อัตราภาษีร้อยละ ภาษีในแต่ละขั้นเงินได้ ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น
    0-150,000 150,000 5 ยกเว้น 0
    150,001-300,000 150,000 5 7,500 7,500
    300,001-500,000 200,000 10 20,000 27,500
    500,001-750,000 250,000 15 37,500 65,000
    750,001-1,000,000 250,000 20 50,000 115,000
    1,000,001-2,000,000 1,000,000 25 250,000 365,000
    2,000,001-4,000,000 2,000,000 30 600,000 965,000
    2,000,001-4,000,000 35

    3.3 อัตราภาษีแบบถดถอย คือ ฐานภาษีเพิ่มขั้นอัตราลดลง เช่น ภาษีบำรุงท้องที่ซึ่งจัดเก็บภาษีที่ดิน อัตราภาษีลักษณะนี้ไม่เป็นที่นิยมเพราะไม่สอดคล้องกับความเป็นธรรมทางภาษี

    ตัวอย่าง

    ช่วงเงินได้สุทธิ(บาท)

    อัตราภาษี(ร้อยละ)

    1-50000

    50001-200000

    200001-500000

    ฯลฯ

    20

    10

    5

    ฯลฯ

    4. การประเมินจัดเก็บภาษีอากร แบ่งได้เป็น 2 ประเภท

    • ประเมินตนเอง ซึ่งต้องประเมินตนเองและยื่นแบบแสดงรายการชำระภาษี
    • ประเมินล่วงหน้า เรียกว่า ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย

    5. การอุทธรณ์ภาษีอากร กรณีมีข้อพิพาทระหว่างผู้เสียภาษีและผู้จัดเก็บภาษี สามารถใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ภาษีเพื่อขอพิจารณาใหม่ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับแจ้ง

    6. เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและโทษ ผู้ที่ไม่ชำระภาษีกับสรรพากร ชำระไม่ครบ ไม่ตรงเวลา ตามกฎหมายระบุต้องชำระเบี้ยปรับ หรือรับโทษตามกฎหมายที่กำหนดไว้

    ประโยชน์ของภาษี

    เมื่อประชาชนจ่ายภาษีให้ภาครัฐบาล เงินภาษีเหล่านี้จะถูกใช้ในการพัฒนาประเทศ เพราะรัฐเองก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานหลักเพื่อประชาชน

    • สร้างความปลอดภัยให้กับภาคประชาชน
    • อำนวยความสะดวกโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนน โรงพยาบาล ฯลฯ
    • สวัสดิการค่าเล่าเรียน
    • สร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน
    • ผลักดันส่งเสริมนวัตกรรมใหม่

    บทสรุป

    เรื่องของภาษีเป็นสิ่งสำคัญมากไม่ว่ารัฐหรือประชาชนเพราะภาษีที่เราร่วมกันช่วยจ่ายให้กับรัฐสุดท้ายก็จะส่งผลย้อนกลับมาที่ตัวเราเอง ญาติผู้ใหญ่ หรือลูกหลานของเรา ถ้าประชาชนทุกๆคนให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ก็จะสามารถนำพาประเทศชาติไปสู่ความมั่งคั่งอันสูงสุด