ภาษีชาวต่างชาติ มีอะไรบ้าง? สรุปกฎหมายล่าสุดและวิธีเสียภาษีอย่างถูกต้อง

ภาษีชาวต่างชาติ มีอะไรบ้างน้า

การจ้างแรงงานหรือผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทย รวมถึงการจ่ายเงินออกไปนอกประเทศให้แก่ชาวต่างชาติต้องเผชิญกับเงื่อนไขทางกฎหมายภาษีที่ซับซ้อน ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำมาซึ่งเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และความเสี่ยงทางภาษีย้อนหลัง Station Account® ได้สรุปข้อกฎหมาย[ภาษีชาวต่างชาติ]แบบเจาะลึก พร้อมกลยุทธ์บริหารจัดการภาษีอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดไว้ที่นี่

สารบัญ
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    1. ภาษีชาวต่างชาติ พิจารณาจากอะไร? (Tax Residence Status)

    การเสียภาษีของชาวต่างชาติในประเทศไทย ยึดหลัก ถิ่นที่อยู่” (Resident Rule) และ แหล่งที่มาของรายได้” (Source Rule) ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 41

    • ผู้อยู่ในประเทศไทย (Tax Resident): ชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยรวมกัน ตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป ในปีภาษีใดปีภาษีหนึ่ง จะต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในไทย และเงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยในปีภาษะนั้น
    • ผู้ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย (NonResident): ชาวต่างชาติที่อยู่ในไทย ไม่ถึง 180 วัน จะเสียภาษีเฉพาะเงินได้ที่เกิดขึ้นจากแหล่งในประเทศไทยเท่านั้น

    ตารางเปรียบเทียบภาระภาษีชาวต่างชาติ (Resident vs NonResident)

    ประเภทเงินได้ / สถานะ

    อยู่ในไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป (Tax Resident)

    อยู่ในไทยน้อยกว่า 180 วัน (NonResident)

    เงินได้ที่เกิดในประเทศไทย
    (เช่น เงินเดือน, ค่าจ้าง)

    เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า (5% – 35%)

    เสียภาษีตามอัตราก้าวหน้า หรือ หัก ณ ที่จ่าย 15% (ขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้)

    เงินได้ที่เกิดจากต่างประเทศ
    (และนำเข้าไทย)

    เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    (ตามกฎหมายใหม่เริ่มปี 2024)

    ยกเว้นภาษีเงินได้ในประเทศไทย

    การลดหย่อนภาษี

    สามารถใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและส่วนเพิ่มได้ตามกฎหมาย

    สิทธิลดหย่อนจำกัด
    (เฉพาะสิทธิส่วนตัวบางประเภท)

     

    2. ประเภทภาษีที่เกี่ยวข้องกับชาวต่างชาติและนิติบุคคล

    การทำงานและการทำธุรกิจกับชาวต่างชาติ ภาษีสำคัญ 3 ประเภท ดังนี้:

    2.1 ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT)

    ชาวต่างชาติที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และมีเงินได้ในไทย ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 (กรณีเงินเดือน 40(1) อย่างเดียว) หรือ ภ.ง.ด.90 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของปีถัดไป โดยใช้อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า

    2.2 ภาษีเงินได้นิติบุคคลหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax)

    เมื่อบริษัทในไทยจ่ายเงินค่าบริการ ค่ารอยัลตี้ หรือค่าดอกเบี้ย ให้แก่บริษัทต่างชาติที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย ต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ในอัตรา 15% (หรือ 10% สำหรับเงินปันผล) ทั้งนี้อาจได้รับข้อยกเว้นหรือลดอัตราภาษตาม อนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement: DTA) ที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้นๆ

    2.3 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

    หากบริษัทในไทยมีการจ่ายค่าบริการต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ในไทย (Service Import) นิติบุคคลในไทยมีหน้าที่ต้องยื่น ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT 7% ให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป หากกิจการของคุณยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถรับบริการ [รับจด Vat]  เพื่อดำเนินการอย่างถูกต้องและรวดเร็ว

    รับทำบัญชีเริ่มต้น 3,900
    [รับทำบัญชี วางแผนภาษีครบวงจร Station Account®]

    3. ตัวอย่างเคสการคำนวณและบันทึกบัญชีภาษีชาวต่างชาติ

    Case Study 1: การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และบันทึกบัญชีเงินเดือนพนักงานชาวต่างชาติ

    สถานการณ์: บริษัท ไทย อินโนเวชั่น จำกัด จ้างพนักงานชาวต่างชาติ (Tax Resident อยู่ในไทยเกิน 180 วัน) เงินเดือน 100,000 บาท/เดือน (ไม่มีเงินได้อื่น) คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.1 ประจำเดือนได้ 8,500 บาท และมีเงินสมทบประกันสังคมส่วนของพนักงาน 750 บาท

    Dr. เงินเดือนและค่าแรงพนักงาน                              100,000
        Cr. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.1)                        8,500
        Cr. เงินประกันสังคมค้างจ่าย                                       750
        Cr. เงินสด / ธนาคาร                                          90,750
    (บันทึกการจ่ายเงินเดือนพนักงานชาวต่างชาติประจำเดือน)

     

    Case Study 2: การจ่ายค่าบริการซอฟต์แวร์ให้ต่างประเทศ (Service Import)

    สถานการณ์: บริษัท จ่ายค่าบริการ Software Subscription ให้แก่บริษัทในสิงคโปร์ เป็นเงิน 100,000 บาท (ไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนข้อยกเว้นค่าสิทธิ) บริษัทต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% (ภ.ง.ด.54) และนำส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (ภ.ง.ด.36)
    • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% = 100,000 × 15% = 15,000 บาท
    • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) = 100,000 × 7% = 7,000 บาท

    Dr. ค่าบริการต่างประเทศ                                    100,000
    Dr. ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด                                    7,000
        Cr. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (ภ.ง.ด.54)                       15,000
        Cr. ภาษีมูลค่าเพิ่มค้างจ่าย (ภ.พ.36)                            7,000
        Cr. ธนาคาร                                                   85,000
    (บันทึกการจ่ายค่าบริการต่างประเทศพร้อมตั้งภาษีนำส่ง)

    หากองค์กรของคุณต้องการความถูกต้องแม่นยำในการปิดงบการเงินรายเดือนและรายปี การเลือกใช้บริการ [รับปิดงบบัญชี]  จะช่วยลดข้อผิดพลาดในรายการภาษีต่างประเทศได้อย่างเด็ดขาด

    4. สรุปเปรียบเทียบประเภทแบบภาษีที่ต้องยื่นสำหรับภาษีชาวต่างชาติ

     

    ประเภทแบบ

    วัตถุประสงค์ในการยื่น

    กำหนดเวลาการยื่นแบบ

    ภ.ง.ด.1

    ยื่นภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน/ค่าจ้าง พนักงานชาวต่างชาติ

    ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

    ภ.ง.ด.54

    นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย 15% (หรือ 10%) เมื่อจ่ายเงินให้บริษัทต่างชาติ

    ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

    ภ.พ.36

    นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) สำหรับการสั่งซื้อบริการจากต่างประเทศ

    ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

    ภ.ง.ด.91 / 90

    ยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีของชาวต่างชาติ

    ภายใน มี.ค. ของปีถัดไป
    (หรือ เม.ย. ผ่านออนไลน์)

     

    5. FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษีชาวต่างชาติ

    Q1: ชาวต่างชาติทำงานในไทยไม่มี Work Permit ต้องเสียภาษีหรือไม่?

    A: ตามประมวลรัษฎากร ภาระภาษีไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่ามี Work Permit หรือไม่ หากมีเงินได้ที่เกิดจากการทำงานในประเทศไทย ชาวต่างชาตินั้นมีหน้าที่ต้องเสียภาษีตามกฎหมายไทย และนายจ้างมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติ

    Q2: จ้างฟรีแลนซ์ต่างชาติทำงานส่งมาจากต่างประเทศ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างไร?

    A: หากเป็นการจ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลต่างชาติที่ไม่ได้เข้ามาทำงานในไทย ต้องพิจารณาประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 และข้อตกลงอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) โดยทั่วไปหากเป็นค่าบริการวิชาชีพหรือบริการทั่วไป อาจได้รับยกเว้นภาษีในไทย แต่หากเข้าข่าย “ค่าสิทธิ” (Royalty) ต้องหัก ณ ที่จ่าย 15% และยื่น ภ.ง.ด.54 พร้อม ภ.พ.36

    Q3: เงินได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทยของชาวต่างชาติต้องเสียภาษีอย่างไรในปี 2024 เป็นต้นไป?

    A: กรมสรรพากรได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์ (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 161/2566 และ ป. 162/2566) หากชาวต่างชาตินั้นเป็น Tax Resident (อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปในปีภาษนั้น) เมื่อนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามาในไทย ไม่ว่าจะนำเข้ามาในปีใดก็ตาม จะต้องนำเงินได้นั้นมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย

    Q4: วางแผนภาษีชาวต่างชาติและจัดการบัญชีบริษัทให้ประหยัดและถูกต้องได้อย่างไร?

    A: การวางแผนโครงสร้างสัญญา การเลือกใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) และการบันทึกบัญชีที่แม่นยำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณสามารถเลือกใช้บริการ [รับทำบัญชี]  จากผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางระบบภาษีทั้งหมดให้ถูกต้อง ปลอดภัย และเกิดประโยชน์สูงสุดทาง ROI

    สำนักงานบัญชีคุณภาพ