ในการบริหารสภาพคล่องทางการเงินของธุรกิจ ตั๋วสัญญาการใช้เงิน ถือเป็นตราสารทางการเงินที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทั้งการกู้ยืมระหว่างบริษัท การระดมทุนระยะสั้น หรือการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน การเข้าใจกลไกทางกฎหมาย บัญชี และภาษีของตราสารนี้อย่างทะลุปร่างจะช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุนทางการเงินขององค์กร
1. ตั๋วสัญญาการใช้เงิน (PN) หมายถึงอะไร?
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ตั๋วสัญญาการใช้เงิน (Promissory Note หรือ PN) คือ หนังสือตราสารซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่า “ผู้ออกตั๋ว” (Maker) ให้คำมั่นสัญญาว่าจะชำระเงินจำนวนหนึ่งให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง หรือให้ชำระตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่ง เรียกว่า “ผู้รับเงิน” (Payee) ณ วันที่กำหนด หรือเมื่อทอดพระเนตร (เมื่อร้องขอ)
รายการสำคัญที่ต้องมีในตั๋วสัญญาการใช้เงินตามกฎหมาย
1. คำบอกชื่อว่าเป็น ‘ตั๋วสัญญาการใช้เงิน’
2. คำสั่งอันปราศจากเงื่อนไขว่าจะใช้เงินเป็นจำนวนแน่นอน
3. วันรับเงิน หรือ วันถึงกำหนดชำระ
4. สถานที่ใช้เงิน
5. ชื่อหรือยี่ห้อของผู้รับเงิน
6. วันและสถานที่ออกตั๋ว
7. ลายมือชื่อผู้ออกตั๋ว
2. ข้อดีและข้อจำกัดของตั๋วสัญญาการใช้เงินสำหรับธุรกิจ
ข้อดีสำหรับผู้ออกตั๋ว (ผู้กู้)
- เสริมสภาพคล่องคล่องตัว: อนุมัติและออกตราสารได้รวดเร็วกว่าการทำสัญญากู้ยืมเงินระยะยาว
• ยืดหยุ่นสูง: กำหนดดอกเบี้ย วันครบกำหนด และเงื่อนไขการชำระคืนได้ตามข้อตกลง
• ต้นทุนทางการเงินต่ำ: มักมีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าการใช้วงเงินขายลดเช็คหรือเงินกู้เบิกเงินบัญชี (OD)
ข้อจำกัดและภาระที่ต้องบริหาร
- เป็นภาระผูกพันระยะสั้น: ส่วนใหญ่อายุตั๋วไม่เกิน 1 ปี ทำให้ต้องเตรียมแผนเงินสดสำหรับชำระคืนชัดเจน
• ภาระภาษีอากรแสตมป์: ตราสารนี้เข้าข่ายต้องเสียภาษีตามประมวลรัษฎากร
3. เปรียบเทียบตั๋วสัญญาการใช้เงิน (PN) กับ ตั๋วแลกเงิน (BE) และ สัญญากู้ยืมเงิน
เพื่อการเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินให้เหมาะสมกับโครงสร้างธุรกิจ Station Account® สรุปข้อแตกต่างหลักไว้ดังนี้:
หัวข้อเปรียบเทียบ | ตั๋วสัญญาการใช้เงิน (P/N) | ตั๋วแลกเงิน (B/E) | สัญญากู้ยืมเงิน (Loan Agreement) |
จำนวนคู่สัญญา | 2 ฝ่าย (ผู้ออกตั๋ว + ผู้รับเงิน) | 3 ฝ่าย (ผู้สั่งจ่าย + ผู้จ่าย + ผู้รับเงิน) | 2 ฝ่าย (ผู้กู้ + ผู้ให้กู้) |
ลักษณะของข้อความ | คำมั่นสัญญาว่าจะชำระเงิน | คำสั่งให้บุคคลอื่นชำระเงิน | สัญญาตกลงกู้ยืมและชำระคืน |
ความคล่องตัวในการเปลี่ยนมือ | โอนเปลี่ยนมือได้ด้วยการสลักหลัง | โอนเปลี่ยนมือได้ | โอนสิทธิเรียกร้องตามขั้นตอนกฎหมาย |
การปิดงบและ ตรวจสอบ | บันทึกเป็นตั๋วเงินจ่าย/ตั๋วเงินรับ | บันทึกเป็นตั๋วเงินจ่าย/ตั๋วเงินรับ | บันทึกเป็นเงินกู้ยืมระยะยาว/สั้น |
4. ภาระภาษีที่เกี่ยวข้องกับตั๋วสัญญาการใช้เงิน
การออกตั๋วสัญญาการใช้เงินมีภาระภาษีที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อป้องกันเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจากกรมสรรพากร ดังนี้:
1. อากรแสตมป์ (Stamp Duty): ตามหมวดลักษณะแห่งตราสาร 21. แห่งประมวลรัษฎากร ตั๋วสัญญาการใช้เงินทุกฉบับต้องติดอากรแสตมป์ 3 บาท ต่อตั๋วหนึ่งฉบับ (ไม่ขึ้นกับมูลค่าเงินในตั๋ว)
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax): ดอกเบี้ยที่จ่ายตามตั๋วสัญญาการใช้เงินให้แก่บริษัทนิติบุคคลในไทย ต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 1%
3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax): หากบริษัทมีการให้กู้ยืมเงินโดยเก็บดอกเบี้ยเป็นประจำ เข้าข่ายการประกอบกิจการโดยปกติเยี่ยงธนาคารพาณิชย์ ดอกเบี้ยรับจะถูกประเมินภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (รวมภาษีท้องถิ่น)
5. เคสตัวอย่างการบันทึกบัญชีและการคำนวณภาษี
เคสที่ 1: การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย และดอกเบี้ย
สถานการณ์: บริษัท A จำกัด ออกตั๋วสัญญาการใช้เงินมูลค่า 1,000,000 บาท ให้แก่ บริษัท B จำกัด อัตราดอกเบี้ย 6% ต่อปี อายุตั๋ว 180 วัน
• สูตรคำนวณดอกเบี้ย: 1,000,000 x 6% x (180/365) = 29,589.04 บาท
• การคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย (1%): 29,589.04 x 1% = 295.89 บาท
• เงินดอกเบี้ยสุทธิที่ผู้รับเงินได้รับ: 29,589.04 – 295.89 = 29,293.15 บาท
เคสที่ 2: การบันทึกรายการบัญชี (Journal Entry) ฝั่งผู้ออกตั๋ว (ลูกหนี้)
วันที่ / รายการ | เดบิต (บาท) | เครดิต (บาท) |
[วันออกตั๋ว] เงินสด / เงินฝากธนาคาร | 1,000,000.00 | – |
ตั๋วเงินจ่าย (Short-term Notes Payable) | – | 1,000,000.00 |
[วันครบกำหนด] ตั๋วเงินจ่าย | 1,000,000.00 | – |
ดอกเบี้ยจ่าย | 29,589.04 | – |
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (1%) | – | 295.89 |
เงินฝากธนาคาร | – | 1,029,293.15 |
*หมายเหตุ: สำหรับธุรกิจที่ต้องการออกตั๋ว PN เพื่อใช้เป็นหลักฐานการจ่ายเงินซื้อสินค้า ให้ตรวจสอบว่าเข้าข่ายจด VAT หรือไม่ หากต้องใช้ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ควรดำเนินการ [รับจด Vat] ให้เรียบร้อยเพื่อนำภาษีซื้อมาใช้ได้ถูกต้อง
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับตั๋วสัญญาการใช้เงิน
Q1: ตั๋วสัญญาการใช้เงินต่างจากเช็คอย่างไร?
A: เช็คคือหนังสือตราสารสั่งธนาคารให้จ่ายเงิน แต่ตั๋วสัญญาการใช้เงินคือคำมั่นสัญญาของผู้ออกตั๋วว่าจะจ่ายเงินเองตามกำหนด โดยไม่มีธนาคารเป็นผู้จ่ายเงินแทนในฐานะคู่สัญญาหลัก
Q2: หากผู้ออกตั๋วปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อครบกำหนด ต้องทำอย่างไร?
A: ผู้ถือตั๋วสามารถทำหนังสือคัดค้าน (Protest) ตามขั้นตอนทางกฎหมาย และดำเนินการฟ้องร้องบังคับชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้ทันที
Q3: การออกตั๋วสัญญาการใช้เงินระหว่างบริษัทในเครือ ต้องคิดดอกเบี้ยเท่าใด?
A: ตามหลักเกณฑ์ของ [กรมสรรพากร] การคิดดอกเบี้ยกู้ยืมระหว่างกันต้องใช้ราคาตลาด (Market Price) หากไม่มีเหตุอันสมควรในการไม่คิดดอกเบี้ย เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินดอกเบี้ยตามราคาตลาดได้
Q4: ตั๋วสัญญาการใช้เงินสามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อนครบกำหนดได้หรือไม่?
A: ได้ โดยการนำตั๋วไปขายลด (Discount) ให้กับสถาบันการเงินหรือบุคคลอื่น ซึ่งผู้รับโอนจะคิดส่วนลดตั๋วเงิน (Interest Discount) เป็นค่าตอบแทน
สรุป: วางระบบตั๋วเงินและงบการเงินให้เป๊ะด้วย Station Account®
ตั๋วสัญญาการใช้เงินเป็นเครื่องมือระดมทุนที่มีประสิทธิภาพสูง แต่แฝงไปด้วยประเด็นความซับซ้อนทางบัญชีและการประเมินภาษีจากสรรพากร หากลงบันทึกรายการผิดประเภท หรือไม่ได้ตัดจ่ายดอกเบี้ยและหักภาษี ณ ที่จ่ายตามกฎหมาย อาจส่งผลกระทบต่อการยื่นงบการเงินประจำปี
หากธุรกิจของคุณต้องการความมั่นใจในการจัดทำบัญชี การวางแผนภาษี หรือต้องการบริการ [รับปิดงบบัญชี] ให้ถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ทีมงานมืออาชีพจาก Station Account® พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ดูแลยุทธศาสตร์บัญชีภาษีเพื่อให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงและปลอดภัยสูงสุด