ภ.พ.36 คืออะไรกันนะ มาเรียนรู้กัน: คู่มือภาษีจ่ายต่างประเทศฉบับผู้ประกอบการ

ภ.พ.36

การทำธุรกิจในยุคดิจิทัลหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่ต้องชำระค่าบริการให้กับแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น ค่าโฆษณา Facebook Ads, Google Ads, ค่าซอฟต์แวร์ SaaS (เช่น Zoom, Adobe, Microsoft) หรือค่าจ้างฟรีแลนซ์ต่างชาติ ปัญหาคือผู้ประกอบการจำนวนมากไม่ทราบว่า “การจ่ายเงินไปต่างประเทศ มีภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) Reverse Charge ตามแบบ ภ.พ.36 ที่ต้องนำส่งกรมสรรพากร”

หากละเลยหรือไม่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ผลกระทบคือเบี้ยปรับ เงินเพิ่ม และความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง Station Account® ได้รวบรวมโครงสร้างและแนวปฏิบัติตามกฎหมายสรรพากรมาให้ผู้ประกอบการศึกษาครบจบในที่เดียว

สารบัญ
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    1. ภ.พ.36 คืออะไร และใครมีหน้าที่ต้องยื่น?

    แบบ ..36 คือ แบบนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 83/6 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งใช้ในกรณีที่ผู้ประกอบการในไทย จ่ายค่าบริการให้กับผู้ประกอบการต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มในไทย แต่บริการนั้นถูกนำมาใช้ในประเทศไทย

    หลักการสำคัญของ ภ..36 (Reverse Charge Mechanism)

    โดยปกติ ผู้ขายบริการจะเป็นผู้เรียกเก็บ VAT 7% จากผู้ซื้อ แต่เมื่อผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ สรรพากรไม่สามารถบังคับเก็บ VAT จากต่างชาติได้ จึงกำหนดให้ ผู้จ่ายเงินในไทยเป็นผู้นำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างชาติ

    ตารางเปรียบเทียบความต่างระหว่าง ภ..30 และ ภ..36

    หัวข้อเปรียบเทียบ

    แบบ ภ..30

    แบบ ภ..36

    ประเภทธุรกรรม

    ซื้อ-ขายสินค้า/บริการ ภายในประเทศ

    จ่ายค่าบริการ ให้ผู้ประกอบการต่างประเทศ

    ผู้มีหน้าที่ยื่น

    ผู้ประกอบการจด VAT ในไทย

    ผู้จ่ายเงิน (ทั้งที่จด VAT และ ไม่จด VAT)

    อัตราภาษี

    VAT 7%

    VAT 7% ของยอดเงินที่จ่ายไปต่างประเทศ

    ระยะเวลาการยื่น

    ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

    ภายใน 7 วัน นับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน

    การใช้เป็นภาษีซื้อ

    ใบกำกับภาษีปกติ

    ใบเสร็จรับเงินกรมสรรพากร (ภ.พ.36) ใช้เป็นภาษีซื้อได้

     

    2. กำหนดเวลาการยื่นแบบและอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม

    การยื่นแบบ ภ.พ.36 ต้องดำเนินการภายใน 7 วันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงิน (เช่น จ่ายค่าโฆษณา Facebook วันที่ 15 มีนาคม ต้องยื่น ภ.พ.36 และนำส่งภาษีภายในวันที่ 7 เมษายน)

    *กรณีที่คุณจดทะเบียน VAT ในไทยอยู่แล้ว ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ชำระตามแบบ ภ.พ.36 สามารถนำไปใช้เป็น “ภาษีซื้อ” ในการยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนที่ยื่นนำส่งได้ 100% ทำให้ไม่มีภาระต้นทุนภาษีซ้ำซ้อน*

    หากคุณต้องการวางระบบภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่วันนี้ สามารถใช้บริการ รับทำบัญชี แบบครบวงจรเพื่อป้องกันข้อผิดพลาดทางภาษี

    รับทำบัญชีเริ่มต้น 3,900
    [รับทำบัญชี วางแผนภาษีครบวงจร Station Account®]

    3. ตัวอย่างคำนวณภาษีและการบันทึกบัญชี (Journal Entry)

    เพื่อให้เห็นภาพการปฏิบัติงานจริง Station Account® นำเสนอ 2 กรณีตัวอย่างในการคำนวณและบันทึกบัญชีเดบิต-เครดิต ดังนี้

    Case Study 1: การจ่ายค่าโฆษณา Google Ads (บริษัทจด VAT)

    บริษัท เอ บิวตี้ จำกัด (จด VAT) จ่ายค่าโฆษณา Google Ads เป็นเงิน 100,000 บาท ผ่านบัตรเครดิตบริษัท
    การคำนวณ:
    • ยอดจ่ายต่างประเทศ = 100,000 บาท
    • VAT 7% ที่ต้องนำส่งตาม ภ.พ.36 = 100,000 × 7% = 7,000 บาท

    การบันทึกบัญชี (Journal Entry):

    1. วันที่จ่ายเงินค่าบริการต่างประเทศ:
       Dr. ค่าโฆษณา (Expense)                                 100,000 บาท
          Cr. ธนาคาร / เจ้าหนี้ (Bank/AP)                         100,000 บาท

    2. วันที่ยื่นและนำส่ง ภ.พ.36 ให้กรมสรรพากร (ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป):
       Dr. ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด (Unclaimed Input VAT)           7,000 บาท
          Cr. ธนาคาร (Bank)                                            7,000 บาท

    3. เมื่อได้รับใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากร (ใช้เป็นภาษีซื้อใน ภ.พ.30):
       Dr. ภาษีซื้อ (Input VAT)                                  7,000 บาท
          Cr. ภาษีซื้อยังไม่ถึงกำหนด (Unclaimed Input VAT)           7,000 บาท

     

    Case Study 2: การซื้อระบบ Software SaaS ต่างประเทศ (Gross Up Tax)

    บริษัท B จำกัด ตกลงจ่ายค่าสัญญาบริการระบบ IT ต่างประเทศ โดยสัญญาระบุให้ผู้ขายได้รับเงินสุทธิ (Net Amount) 200,000 บาท บริษัท B ต้องเป็นผู้รับภาระภาษีแทน (Gross Up)
    การคำนวณ Gross Up ภาษีมูลค่าเพิ่ม:
    • ยอดเงิน Net ที่ผู้ขายต้องได้รับ = 200,000 บาท
    • ฐานภาษีสำหรับ ภ.พ.36 = 200,000 บาท
    • VAT 7% ที่ต้องนำส่ง = 200,000 × 7% = 14,000 บาท

    การบันทึกบัญชี (Journal Entry):

    1. วันที่บันทึกค่าใช้จ่ายและนำส่ง ภ.พ.36:
       Dr. ค่าซอฟต์แวร์ (Software Expense)                   200,000 บาท
       Dr. ภาษีซื้อ (Input VAT)                                 14,000 บาท
          Cr. ธนาคาร (Bank – จ่ายต่างประเทศ)                     200,000 บาท
          Cr. ธนาคาร (Bank – จ่ายสรรพากร ภ.พ.36)                 14,000 บาท

     

    4. สรุปความแตกต่างของประเภทธุรกรรมที่ต้องยื่น ภ.พ.36

    ตารางสรุปประเภทธุรกรรมที่พบบ่อยในธุรกิจยุคใหม่ เพื่อช่วยผู้ประกอบการจำแนกหน้าที่ทางภาษีได้อย่างถูกต้อง:

    รายการค่าใช้จ่าย

    ตัวอย่างแพลตฟอร์ม

    ต้องยื่น ภ..36 หรือไม่

    หมายเหตุ / ข้อควรระวัง

    ค่าโฆษณา Online

    Facebook, Google, TikTok

    ต้องยื่น

    ฐานภาษีคือยอดตาม Invoice ที่ตัดบัตร

    ค่า Software / Cloud

    AWS, Microsoft 365, Zoom

    ต้องยื่น

    หากจ่ายรายเดือน/รายปี นำส่งตามรอบจ่าย

    ซื้อสินค้าสำเร็จรูป (Physical)

    สั่งสินค้าจาก Alibaba, Amazon

    ไม่ต้องยื่น

    เสีย VAT ตอนนำเข้าผ่านพิธีการศุลกากร

    จ้างทำของ / ฟรีแลนซ์

    Upwork, Fiverr

    ต้องยื่น

    ต้องพิจารณาภาษีหัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.54) ควบคู่ด้วย

     

    หากองค์กรของคุณต้องการปรับปรุงโครงสร้างงบการเงินและจัดการภาษีค้างจ่ายให้ถูกต้องก่อนปิดรอบบัญชี สามารถปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญ รับปิดงบบัญชี จาก Station Account® เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างตรงจุด

    5. คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับ ภ.พ.36

    Q1: ไม่ได้จดทะเบียน VAT (..20) ต้องยื่น ภ..36 หรือไม่?

    ตอบ: ต้องยื่น กฎหมายระบุให้ผู้จ่ายเงินค่าบริการไปต่างประเทศทุกคนมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.พ.36 และนำส่ง VAT 7% แม้ว่าบริษัทของคุณจะไม่ได้จด VAT ก็ตาม (แต่กรณีไม่จด VAT จะ ไม่สามารถ นำใบเสร็จสรรพากรมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ ต้องบันทึกเป็นต้นทุนค่าใช้จ่าย) หากธุรกิจเติบโตจนรายได้ถึงเกณฑ์ ควรพิจารณาบริการ รับจด Vat  เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้เต็มรูปแบบ

    Q2: ยื่น ภ..36 ล่าช้า มีบทลงโทษอย่างไร?

    ตอบ: หากยื่นเกินกำหนด 7 วันนับจากสิ้นเดือน จะต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมายสรรพากร ได้แก่:
    1. เงินเพิ่ม: 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของยอดภาษีที่ต้องนำส่ง
    2. ค่าปรับแบบ: 300 – 500 บาท แล้วแต่กรณีการยื่นเกินกำหนด

    Q3: ใบเสร็จรับเงิน ภ..36 จากกรมสรรพากร ใช้เป็นภาษีซื้อในเดือนไหน?

    ตอบ: สามารถนำไปถือเป็นภาษีซื้อใน เดือนที่ระบุอยู่บนใบเสร็จรับเงินที่กรมสรรพกรรอบรับ (เดือนที่ยื่นนำส่ง) ไม่ใช่เดือนที่จ่ายเงินให้ต่างชาติ

    Q4: จ่ายค่าโฆษณาผ่านบุคคลธรรมดา/บัตรเครดิตกรรมการ ต้องยื่น ภ..36 ในนามใคร?

    ตอบ: หากเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัท ต้องยื่นในนาม นิติบุคคล โดยแนบหลักฐานการสำรองจ่ายของกรรมการ เพื่อยืนยันว่าเป็นการจ่ายค่าบริการเพื่อประโยชน์ของกิจการจริง

    ข้อกำหนดและระเบียบเพิ่มเติมเกี่ยวกับประมวลรัษฎากร สามารถอ้างอิงข้อมูลตรงได้จาก กรมสรรพากร

    สรุป: ควบคุม ROI ทางภาษีของธุรกิจคุณอย่างมั่นใจ

    การบริหารจัดการภาษีจ่ายต่างประเทศด้วยแบบ ภ.พ.36 ไม่ใช่เพียงเรื่องของการทำตามกฎหมาย แต่คือการวางแผนโครงสร้างทางการเงินเพื่อป้องกันรอยรั่วจากค่าปรับสรรพากร การจัดการเอกสารภาษีอย่างถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจนำภาษีซื้อกลับมาใช้หมุนเวียนได้อย่างสมบูรณ์

    ยกระดับมาตรฐานบัญชีและภาษีขององค์กรคุณด้วยความเป็นมืออาชีพ ปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญจาก Station Account® เพื่อวางระบบภาษีเชิงรุกได้ทันที

    สำนักงานบัญชีคุณภาพ