หลักทรัพย์ค้ำประกัน มีอะไรบ้าง

หลักทรัพย์ค้ำประกัน

ด้วยภาระเศรษฐกิจไม่เอื้ออำนวยต่อการทำธุรกิจ ทำรายได้ได้น้อย การเงินและบัญชีขัดสน ทำให้ผู้ประกอบการรวมถึงบุคคลทั่วไปต้องอาศัยการขอสินเชื่อต่าง  ๆ เพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงินของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันการปล่อยเงินกู้หรือสินเชื่อจากสถาบันทางการเงินมีทั้งแบบใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันกับแบบไม่ใช่หลักทรัพย์ค้ำประกันก็สามารถยื่นขอสินเชื่อได้ ในกรณีของการใช้หลักทรัพย์เพื่อค้ำประกัน คือ การใช้ทรัพย์สินที่มีมูลค่าที่สามารถนำไปค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อต่างๆจากธนาคาร เป็นเหมือนหลักประกันว่าเมื่อขอสินเชื่อได้มาแล้วหากไม่ทำการชำระคืนตามกำหนดสุดท้ายทางธนาคารจะทำการยึดหลักทรัพย์ที่นำไปค้ำประกันทันทีโดยไม่ผิดกฎหมาย ปัจจุบันจึงมีทั้งผู้ประกอบการและบุคคลทั่วไปนำหลักทรัพย์ดังกล่าวไปยื่นค้ำประกันกับธนาคารเพื่อหวังว่าจะได้รับการอนุมัติและนำเงินไปลงทุนต่อยอดทำธุรกิจหรือใช้จ่ายตามความต้องการ 

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยว่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีอะไรบ้าง สามารถใช้หลักทรัพย์มากกว่า 1 อย่างได้ใหมหรือต้องใช้กี่ประเภท ผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการขอสินเชื่อมักมีความสงสัยในข้อนี้อยู่เพราะไม่แน่ใจว่าทรัพย์สินที่มีอยู่สามารถนำไปใช้ค้ำประกันได้ไหม เพื่อคลายความสงสัยพร้อมกับทำให้คุณได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ค้ำประกันเพื่อยื่นกู้ด้วยความราบรื่นไม่มีติดขัดและไม่ต้องกังวลใจว่าจะไม่ได้รับการอนุมัติหรือตรวจสอบทรัพย์สินที่ใช้ยื่นกู้นานจนกลัวจะไม่ผ่าน เราขออธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันมีอยู่หลากหลายขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารว่าต้องใช้ทรัพย์สินมีมูลค่าเท่าไหร่ ยกตัวอย่างหลักทรัพย์ที่สามารถนำไปค้ำประกันกับทางทางธนาคารได้มีดังนี้

สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    ใช้ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

    เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน อีกประเภทที่สามารถนำไปค้ำประกันได้ ซึ่งนอกจากที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างแล้วนับรวมถึงที่ดินเปล่าด้วย สามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้เช่นกัน ผู้ประกอบการหรือคนที่กำลังวางแผนทำธุรกิจต้องการเงินทุนสามารถนำที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างอย่างบ้านไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ได้โดยการใช้เอกสารโฉนดที่ดิน

    อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ต่าง ๆ

    เช่น อพาร์ทเม้นท์ ร้านอาหาร ปั๊มน้ำมัน อาคารสำนักงานซึ่งอาจเป็นชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้ ศูนย์การค้า โรงแรม รวมไปถึงอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ  กล่าวโดยง่ายคือเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของกิจการนับว่าเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ที่สามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้ทั้งสิ้น ดังนั้นผู้ที่มีกิจการส่วนตัวหากต้องการขอสินเชื่อจากทางธนาคารคุณสามารถนำหลักทรัพย์เหล่านี้ไปใช้ในการค้ำประกันได้

    ใช้เงินฝากเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

    เป็นอีกหนึ่งหลักทรัพย์ค้ำประกันที่นำไปค้ำประกันเพื่อยื่นขอสินเชื่อกับทางธนาคารได้ โดยวงเงินที่อยู่ในบัญชีเงินฝากนั้นเป็นจำนวนเงินเท่าไรขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคาร ซึ่งจะได้รับวงเงินสินเชื่อมาถึง 3 แสนบาท – 12 ล้านบาทขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อที่ต้องการขอจากธนาคาร ดังนั้นก่อนยื่นกู้ต้องสอบถามกับทางสถาบันการเงินว่าต้องการหลักทรัพย์ค้ำประกันมีมูลค่าเท่าไหร่เพื่อเตรียมบัญชีเงินฝากให้พร้อมสำหรับยื่นกู้ 

    สังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ คือ ทรัพย์สินที่สามารถเคลื่อนที่ได้ เช่น รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องประดับหรือแม้แต่เครื่องใช้ในครัวเรือนต่าง ๆ รวมไปถึงเครื่องจักรต่าง ๆ ถือว่าเป็นสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำมาค้ำประกันได้ทั้งสิ้น

    หลักทรัพย์ที่อยู่ในความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็น หุ้นสามัญ ตราสารหนี้ สำหรับใครที่ชอบเล่นหุ้นหรือมีหุ้นอยู่แล้วสามารนำไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันได้

    ขอสินเชื่อธนาคารหลักทรัพย์ดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

    จริงอยู่ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันหลากหลายประเภทที่สามารถนำไปค้ำประกันได้ แต่เพื่อให้การขอสินเชื่อมีโอกาสผ่านฉลุยย่อมดีกว่าที่จะเลือกหลักทรัพย์ดีมีมูลค่าสูงไปใช้ในการค้ำประกัน โดยเฉพาะหากต้องการที่จะขอสินเชื่อเป็นเงินจำนวนมาก การนำทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงย่อมดีกว่าเพราะธนาคารส่วนใหญ่มักจะให้สินเชื่อเป็นวงเงินกว่า 3 เท่าของมูลค่าของทรัพย์สินที่นำไปค้ำประกัน  อย่างการนำอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์หรือที่ดินเปล่าเหล่านี้ย่อมเป็นหลักทรัพย์ที่มีมูลค่ามากกว่าสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นหากต้องการขอสินเชื่อวงเงินสูงแนะนำให้นำหลักทรัพย์มีมูลค่าสูงไปยื่นกับธนาคารดีกว่า

    สำหรับวงเงินที่จะได้รับขึ้นอยู่กับเงื่อนไของธนาคาร บางธนาคารให้วงเงิน 3 เท่าของหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะฉะนั้นหากคุณต้องการที่จะกู้เงิน 3 ล้านบาท  คุณจะต้องนำหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีมูลค่า 1 ล้านบาทไปยื่นกับธนาคาร ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่มีตายตัวว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันอะไรดีที่สุดเพราะขึ้นอยู่กับวงเงินที่ต้องการขอจากสถาบันธนาคารมากกว่าเพราะหากไม่ได้ต้องการวงเงินสูงมากเพราะไม่ได้นำมาทำธุรกิจย่อมไม่จำเป็นต้องใช้ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงมาเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน อย่างไรก็ตามหากไม่มั่นใจว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันใดเหมาะที่จะนำมายื่นขอกู้ คุณสามารถปรึกษากับธนาคารก่อนเบื้องต้น

    หลังจากเลือกได้แล้วว่าจะนำหลักทรัพย์ใดไปค้ำประกัน สถาบันทางการเงินจะตรวจสอบทรัพย์สินนั้น เช่น หากเป็นการนำบ้านและที่ดินยื่นค้ำประกันทางสถาบันการเงินจะมีการเข้าประเมินทรัพย์สินนั้นว่ามีมูลค่าเท่าไรโดยพิจารณาจากราคาตลาด 

    คำถามต่อมาคือทำอย่างไรหากว่าหลักทรัพย์ค้ำประกันไม่เพียงพอ คุณสามารถเลือกนำทรัพย์สินมากกว่า 1 อย่างไปยื่นเพิ่มเติมได้ ทั้งนี้ให้สอบถามเงื่อนไขกับทางสถาบันการเงินก่อน

    ก่อนยื่นหลักหลักทรัพย์ค้ำประกัน ต้องรู้อะไรบ้าง

    เป็นที่ทราบกันว่าการขอสินเชื่อนั้นมาพร้อมดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ก่อนนำหลักทรัพย์มาค้ำประกัน สิ่งสำคัญคือการเช็กความพร้อมของคุณเองในทุกด้านว่าสามารถผ่อนไหวหรือไม่ โดยสิ่งที่ต้องรู้ก่อนนำทรัพย์สินไปค้ำประกันคือ

    • รายได้สอดคล้องกับวงเงินที่กู้หรือไม่ เพื่อคำนวณว่าหากมีการยื่นกู้ผ่านแล้ว คุณจะสามารถผ่อนชำระได้ตรงงวดหรือเปล่า เนื่องจากการขอสินเชื่อยิ่งวงเงินสูงย่อมผ่อนนาน
    • หลักทรัพย์ที่นำไปค้ำประกันนั้นถือครองร่วมกับผู้ใดหรือไม่ เช่น บ้าน ที่ดิน คอนโด หากถือครองหรือถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ใดจะต้องมีใบมอบอำนาจก่อนนำไปยื่นกู้กับทางสถาบันทางการเงิน
    • คำนวณว่าต้องใช้เงินกู้เท่าไหร่ เพื่อที่จะยื่นขอกู้ในวงเงินที่จำเป็น
    • วางเกี่ยวกับระยะเวลาในการผ่อนชำระ เพื่อไม่ให้เป็นหนี้ระยะยาวและเกิดดอกเบี้ยลอยตัว

     

    อยากขอสินเชื่อจากธนาคารมาเพื่อลงทุนทำธุรกิจรวมถึงนำมาใช้จ่ายจำเป็นต่าง ๆ คุณสามารถเตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกันตามแต่ที่มีไว้ได้โดยพิจารณาจากสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ ทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ไว้ก่อน จากนั้นสอบถามเงื่อนไขจากทางธนาคารว่าสามารถนำหลักทรัพย์ใดมีมูลค่าเท่าไรไปค้ำประกันได้บ้างโดยอาจโทรศัพท์ไปสอบถามเบื้องต้นจะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง ส่วนผู้ประกอบที่อยากจะนำหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอสินเชื่อมาทำธุรกิจแนะนำว่าให้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสินเชื่อให้รอบด้าน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายหนี้สินและเพื่อการขอสินเชื่อตามความจำเป็น 

    จะเห็นว่าการมีหลักทรัพย์ไว้ค้ำประกันช่วยให้เกิดสภาพคล่องทางการเงิน ด้านผู้ประกอบการสามารถนำเงินไปขับเคลื่อนธุรกิจได้ อย่างไรก็ตามการขอสินเชื่อเท่ากับการสร้างหนี้ชนิดหนึ่ง ดังนั้นแม้ว่าคุณจะมีหลักทรัพย์มูลค่าสูงก่อนยื่นขอสินเชื่อไม่จำเป็นต้องเลือกขอวงเงินเต็มอัตราสามารถเลือกวงเงินเท่าที่จำเป็นได้เพื่อลดภาระดอกเบี้ยและการมีหนี้สินเกินจำเป็น ทั้งนี้เพื่อที่คุณจะสามารถชำระค่าหนี้ได้อย่างสบายใจไม่ต้องพะวงว่าจะจ่ายไม่ไหวและถูกยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันในที่สุด นอกจากนั้นยังทำให้คุณปลดหนี้ได้เร็วไม่ต้องเป็นหนี้ในระยะยาวอีกด้วย เหล่านี้คือความรู้เกี่ยวกับหลักทรัพย์ค้ำประกัน สำหรับใครที่วางแผนขอกู้กับสถาบันธนาคารคุณสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการเตรียมตัวเตรียมเอกสารและเลือกทรัพย์สินที่จะใช้ยื่นค้ำประกันขอสินเชื่อได้เลย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังวางแผนธุรกิจและต้องการจะขอวงเงินสูง คุณจะต้องวางแผนและเลือกใช้หลักทรัพย์ค้ำประกันที่ให้วงเงินสูง รวมไปถึงคนที่ต้องการกู้ซื้อบ้านด้วย 

    บทสรุป

    เชื่อว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยในการทำให้คุณสามารถพิจารณาเตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกันให้พร้อมสำหรับยื่นกู้ หากอ่านและเก็บข้อมูลจากข้างต้นนี้แล้วรับรองว่าคุณจะไม่ต้องเสียเวลาในการเลือกและเตรียมหลักทรัพย์ค้ำประกันแน่นอนเพราะเราได้รวบรวมข้อมูลมาพร้อมให้คุณได้นำไปใช้ในการพิจารณาเลือกหลักทรัพย์ค้ำประกัน