fbpx

กลยุทธ์และเทคนิคการ ขึ้นราคาสินค้า

ขึ้นราคาสินค้า

เมื่อของที่คุณซื้ออยู่ทุกวันประจำมีการ “ขึ้นราคาสินค้า” ในตอนแรกคุณคงรู้สึกไม่โอเค แต่พอพิจารณาและได้ลองใช้สินค้ามีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีหากมองด้วยตาเปล่าจะเห็นว่าดีไซน์แพ็กเกจจิ้ง วัสดุ ถ้ามองลึกเข้าไปถึงเรื่องปัญหาด้านเศรษฐกิจ อาทิ ค่าแรง ค่าครองชีพ ทุกอย่างปรับสูงขึ้น เชื่อว่าคุณจะสามารถเข้าใจได้ เพราะทั้งหมดที่กล่าวไปนั้นล้วนก็เพื่อทำให้สินค้านั้นดีขึ้น ซึ่งเราไม่อาจสามารถอธิบายให้ลูกค้าหรือผู้ซื้อเข้าใจได้ทั้งหมด หากแต่จะพิสูจน์ด้วยคุณภาพ 

เราเชื่อว่าลูกค้าประจำของสินค้าใด ๆ ก็ตามไม่อาจเปลี่ยนใจเพียงเพราะเหตุผลที่ว่ามีการ ขึ้นราคาสินค้า มันไม่ได้ตัดสินว่าผลิตภัณฑ์ชิ้นนั้นขาดคุณภาพ เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาให้สินค้าดีขึ้น ทันสมัยขึ้นและวันนี้ไม่ว่าคุณจะ จดทะเบียนเป็นบริษัท กิจการห้างร้าน ผู้ผลิตหรือผู้บริโภค ลองศึกษาข้อดีและข้อเสีย 

สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    ข้อดีของการปรับ ขึ้นราคาสินค้า

    คุณอาจจะรู้สึกแปลกใจว่าทำไมจู่ ๆ ของที่ซื้อมาโดยตลอดปรับ ขึ้นราคาสินค้า แต่อย่าพึ่งร้อนใจไปมันมีข้อดีอยู่แล้วล่ะ ไปดูกันว่าเป็นอย่างไร ดังนี้

    -มันสะท้อนถึงเหตุการณ์ปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งผู้ผลิตหรือผู้บริโภคต้องมีการปรับตัว

    -เป็นการปรับสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งจะมีในสินค้าบางประเภทเท่านั้น เช่น แบรนด์เนม สินค้าลิมิเต็ด เป็นต้น

    ข้อเสียของการปรับ ขึ้นราคาสินค้า

    -ลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าหรือบริการอาจเกิดความไม่เข้าใจ 

    -หลายครั้งที่สินค้านั้น ๆ ยอดขายตกเพราะลูกค้าบางกลุ่มรู้สึกว่าภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น หันไปบริโภคสินค้าแบรนด์อื่นที่ราคาถูกกว่า โดยที่ไม่สนใจคุณภาพ

    เมื่อต้อง ขึ้นราคาสินค้า ควรปรับขึ้นช่วงไหนเหมาะสุด

    แน่นอนหากมีการ ขึ้นราคาสินค้า ควรเป็นช่วงที่แบรนด์ของคุณติดตลาดแล้ว เพราะลูกค้าหรือผู้บริโภคได้มีการสัมผัส ได้ใช้งานแล้วรู้สึกประทับใจในคุณภาพ ซึ่งการ ขึ้นราคาสินค้า นั้นไม่ใช่เพียงเพราะต้องการกำไรขึ้นเท่านั้น แต่อาจจะมีปัจจัยด้านอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย อาทิ วัสดุที่เป็นต้นทุนเกิดขึ้นราคา เปลี่ยนแหล่งผลิตใหม่ แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบ แต่ผู้บริโภคเองก็ต้องมีการปรับตัวเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่คุณว่าจะจัดการอย่างไรเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เพราะเรื่องราคาเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้คุณภาพ

    ทำอย่างไรเมื่อต้อง ขึ้นราคาสินค้า โดยที่ไม่เสียลูกค้า

    1.แจ้งลูกค้าให้ทราบตรง ๆ เมื่อคุณทราบแล้วว่าสินค้าจะมีการปรับเปลี่ยนแผนใหม่ คือต้องแจ้งให้ลูกค้าก่อนล่วงหน้าก่อน เพื่อแสดงความใส่ใจความรู้สึกลูกค้าและหากเป็นการรักษาน้ำใจคุณสามารถมอบคูปองส่วนลดเป็นของสมนาคุณได้ 

    2.การกล่าวขอบคุณถือเป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะถือเป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกดีมีความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและคุณอาจจะกล่าวขอบคุณลูกค้า พร้อมทั้งแจงเหตุผลว่าทำไมถึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

    3.เพิ่มมูลค่าสินค้าให้มีความน่าสนใจและคุ้มค่าต่อการจ่าย บางคนชื่นชอบการลองสินค้าใหม่ ๆ และยิ่งมีการ ขึ้นราคาสินค้า สิ่งนี้สำคัญมาก ๆ เช่น รสชาติใหม่ด้วยวัตถุดิบระดับพรีเมียม สูตรสินค้าใหม่ที่มาพร้อมกับวัตถุดิบชั้นเลิศ 

    4.เห็นคุณภาพชัดเจน การขึ้นราคานั้นลูกค้าจะมองในเรื่องของความคุ้มค่ามาก่อนสิ่งอื่นใดและต้องเห็นเป็นประจักษ์ชัดเจนโดยที่ไม่มีอะไรซับซ้อน อาทิ รูปแบบ แพ็กเกจสวยสะดุดตา  

    5.มีข้อเสนอให้แก่ลูกค้า วิธีนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้มีการปรับปรุงสินค้าในด้านใดเลย แต่ต้องการ ขึ้นราคาสินค้า ฉะนั้นสิ่งที่จะดึงดูดความสนใจลูกค้าได้คือข้อเสนอพิเศษที่คุณยื่นไป  เช่น บริการเสริมส่งฟรีเมื่อลูกค้าตัดสินใจซื้อสินค้าในราคาที่มีการปรับขึ้น และหากเป็นลูกค้าที่ซื้อแบบปลีก สามารถแจ้งได้ว่าหากซื้อจำนวนมาก ๆ ราคาจะลดลง เมื่อนำไปขายต่อจะเกิดกำไร

    6.บริการเพิ่มราคาก็เพิ่ม นั้นแปลว่าเมื่อคุณซื้อสินค้าในราคาที่แพงขึ้น จะได้รับบริการเสริม เช่น ซื้อลูกตาล 10 กิโลกรัม จากกิโลกรัมล่ะ 20 บาท เพิ่มเป็นกิโลกรัมล่ะ 30 บาท เพราะราคานี้จะมีการปลอกเปลือกพร้อมทานได้เลย แน่นอนเมื่อลูกค้าทราบจะรู้สึกว่าคุ้มค่ามากขึ้นไม่ต้องมานั่งปลอกเปลือกเองให้เหนื่อยและเสียเวลา

    7.มีคูปองส่วนลดให้ลูกค้า การที่จะปรับเปลี่ยนอะไรไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดก็ตาม การให้ส่วนลดล้วนเป็นการทำให้ผู้ซื้อได้ปรับตัวก่อนที่จะได้บริโภคสินค้าในราคาที่เพิ่มขึ้น ไม่มีใครโอเคกับมันอย่างแน่นอน ฉะนั้นการค่อย ๆ ซึมซับจะดีที่สุด

    8.เปลี่ยนรูปแบบการนำเสนอใหม่ นั้นหมายความว่าบรรจุภัณฑ์จะมีความสวย แปลกตามากกว่าเดิม และลักษณะทั่วไปของสินค้าให้มีความสวยงามมากขึ้น อาทิ รูปทรงขวด ฉลากใหม่ โลโก้ทันสมัยขึ้น การโฆษณาผ่านสื่อ พรีเซ็นเตอร์ ทั้งหมดเป็นการสร้างภาพลักษณ์ให้ดูแล้วรู้สึกว่ามีระดับขึ้นและมีความน่าเชื่อถือ

    9.ไม่ ขึ้นราคาสินค้า สูงมากเกินไป การที่คุณจะปรับราคานั้นหากมีการเพิ่มราคาสูงมากเกินไปลูกค้าอาจรับไม่ได้ เพราะเกิดข้อเปรียบเทียบมากมายภายในใจ แต่ถ้าในทางกลับกันราคาขึ้นมาไม่มากนักผู้ซื้อจะไม่เกิดความรู้สึกต่อต้านแบบชัดเจน กลับคิดว่าเพิ่มอีกไม่เท่าไหร่ก็ได้สินค้าที่มีคุณภาพขึ้น

    10.มีตัวเลือกมากขึ้นให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเอง คุณอาจจะยังไม่ ขึ้นราคาสินค้า ตัวเดิม แต่จะเป็นการเพิ่มสินค้าในแบรนด์เดียวกันในราคาที่สูงขึ้น ปริมาณเยอะขึ้น ยังคงไว้ด้วยคุณภาพสินค้า เมื่อทำแบบนี้ลูกค้าจะมีโอกาสได้ตัดสินใจเพราะหากว่าต้องการสินค้าที่มีปริมาณมากกว่าเดิมก็ต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้นราคา หรือถ้าคุณยังพอใจกับสินค้าตัวเดิม ราคาเดิมสินค้าตัวนั้นก็ยังคงอยู่ไม่ได้หายไปไหน

    หลายคนสงสัยว่าทำไมต้อง ขึ้นราคาสินค้า

    มีหลายปัจจัยที่ทำให้ราคาสินค้าขึ้น ซึ่งไม่ใช่ว่าแบรนด์นั้น ๆ อยากขึ้นราคาก็ขึ้นตามอำเภอใจ ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลและมีการคิดมาอย่างดีแล้วว่าการกระทำเช่นนี้มันคุ้มค่าต่อผู้ซื้อด้วยเช่นกัน ต้องมีกลยุทธ์เพื่อรับมือด้วยเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เพราะราคาเป็นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ โดยมีเหตุผลดังนี้

    1.ต้องการเพิ่มคุณภาพสินค้าให้ดีขึ้นมากกว่าเดิม

    2.รูปแบบมีความแปลกใหม่น่าสนใจกว่าเดิม

    3.เป็นวัสดุรักษ์โลกตอนนี้ถือเป้นเทรนด์โลกก็ว่าได้ อาทิ กระดาษ พลาสติกย่อยสลายได้ สิ่งเหล่านี้มีราคาต้นทุนสูงและรูปแบบสวย

    4.เจ้าของแบรนด์มีการเปลี่ยนโรงงานใหม่เพื่อทำการผลิต

    5.ต้นทุนของการผลิตสินค้ามีการเพิ่มราคาขึ้น

    6.เศรษฐกิจของประเทศและของโลกปรับเปลี่ยน

    7.สินค้ามีความต้องการมากขึ้น

    บทสรุป

    ตอนนี้หลายคนคงได้ทราบแล้วว่าทำไม ขึ้นราคาสินค้า หรือบางคนอยากทราบวิธีการขึ้นราคาสินค้าว่าควรทำอย่างไร ช่วงไหนจึงเหมาะสมที่สุดเพื่อไม่ให้เสียลูกค้าประจำและลูกค้าใหม่ไป ซึ่งมันไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกสินค้า ฉะนั้นคุณสบายใจได้ว่าทุกครั้งที่มีการเพิ่มราคา จะมีรัฐบาลหรือผู้เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณาถึงเหตุผลว่าสมควรหรือไม่ เพื่อไม้ให้ผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบ เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์ช่วงปัญหาฝุ่น PM2.5 และโรคระบาด คือการขายหน้ากากอนามัยที่มีความต้องการสูง ราคาก็สูงขึ้นเช่นกัน ถือว่าเป็นปัญหาต่อผู้บริโภคอย่างยิ่ง แต่ตอนนี้ราคาเหล่านั้นได้ลดลงแล้วเพราะมีผู้ขายจำนวนมากจากหลายแหล่ง ทำให้สินค้าเริ่มมีความต้องการแบบกระจาย สำหรับครั้งนี้จากการ ขึ้นราคาสินค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียล้วนส่งผลต่อยอดขายทั้งนั้น สิ่งที่คุณต้องทำคือศึกษากลยุทธ์ให้ดีว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อไม่ให้ลูกค้าเกิดการเปลี่ยนใจ เพราะทุกวันนี้ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ต้องการทำยอดขายให้เพิ่มขึ้นจากเดิม มีอีกหลายแบรนด์ต้อการเช่นกัน ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วนั้น จะไปในทิศทางใด ให้สินค้าของคุณยังคงขายได้เหมือนเดิมหรือเพิ่มขึ้น แต่สิ่งที่สำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามเลยก็คือ เรื่องคุณภาพที่ไม่สามารถลดลงได้ แต่หากต้องการเพิ่มขึ้นย่อมทำได้และยิ่งส่งผลดีต่อแบรนด์ของคุรอย่างแน่นอน📌Station Accout – เรารับจดทะเบียนบริษัทดีที่สุด™