อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน คืออะไร

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน

ปัจจุบันนี้ผู้คนส่วนใหญ่หันมาเปิดกิจการสร้างธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งแน่นอนว่าบางคนก็ไม่ได้มีความรู้ในการทำธุรกิจมาตั้งแต่แรก บางคนทำธุรกิจไปและลองผิดลองถูกหาความรู้ควบคู่ไปด้วยพร้อมปรึกษาผู้รับทำบัญชี อย่างไรก็ถามเชื่อว่าการประกอบกิจการผู้ประกอบการย่อมพบกับสถานะทางการเงินที่ต้องการสร้างสภาพคล่องให้มีเงินหมุนเวียนได้เกิดเป็นการกู้เงินเพื่อนำมาหมุนเวียนในบริษัท “อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน” จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการกิจการต้องรู้เพราะถือว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดการหนี้สินที่เกิดขึ้นในระยะสั้นและเพื่อให้สามารถประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้การทำความรู้จักกับอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเป็นเรื่องที่ต้องรู้

สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    ทำความรู้จักอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนคืออะไร

    อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนหรือ Current Ratio คืออัตราส่วนที่บ่งบอกถึงความสามารถในการชำระหนี้สินระยะสั้นว่าสามารถจัดการได้หรือไม่อย่างไรบ้าง หากแสดงเป็นสมการให้เข้าง่าย ๆ คือ

    อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน=สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน(เท่า)

    ซึ่งอัตราส่วนตรงนี้ผู้ประกอบการควรทำความเข้าใจว่าคือความสามารถที่บริษัทจะจัดการหนี้สินได้โดยจะต้องมีค่ามากกว่า 1 ขึ้นไป จึงจะรักษาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทได้ในระยะสั้น ทั้งนี้มีความหมายรวมถึงสินทรัพย์ที่สามารถนำมาหมุนหรือเปลี่ยนเป็นเงินสดได้เพื่อนำมาหมุนหรือใช้หนี้สินที่เกิดขึ้น ซึ่งจะต้องเป็นสินทรัพย์ที่สามารถจัดการนำไปเปลี่ยนเป็นเงินได้ด้วยความรวดเร็วอย่างทันท่วงที ที่สำคัญคือผู้ประกอบจะต้องไม่มีการกู้เงินเพิ่มเพื่อมาชำระหนี้สินในระยะสั้นนี้  

    คำถามคืออัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทบ่งบอกถึงอะไรได้อีกบ้างนอกจากเรื่องความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้น นอกจากหมายถึงสินทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินไปหมุนเวียนในการใช้หนี้ในระยะสั้นได้แล้วยังบ่งบอกด้วยว่าธุรกิจหรือการทำกิจการในเวลานั้นมีความเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องมากน้อยแค่ไหน 

    เรื่องต้องรู้อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนมีอะไรบ้าง

    สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจมานานทราบดีว่ามีสินทรัพย์ใดบ้างที่จัดเป็นอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนคือเมื่อต้องชำระหนี้สามารถนำไปเปลี่ยนเป็นเงินสดเพื่อนำมาชำระหนี้ได้ ด้านมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มทำธุรกิจควรรู้ว่าอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนหมายถึงอะไรบ้าง ซึ่งมีดังต่อไปนี้

    • ลูกหนี้การค้าหรือเงินที่ลูกค้าของคุณได้ค้างชำระอยู่
    • เงินสด คือเงินสดของบริษัทที่สามารถใช้จ่ายได้เลย
    • รายได้ค้างรับ หมายถึงรายได้ที่อยู่ในงวดบัญชีปัจจุบันแต่เป็นเพียงตัวเลขยังไม่ได้รับเป็นเงิน
    • สินค้าคงคลัง คือสินค้าหรือวัสดุที่ได้เก็บไว้เพื่อใช้ในกระบวนการผลิตรวมถึงทั้งระหว่างผลิตและผลิตแล้วเสร็จด้วย 

    การที่จะทราบว่าอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนมีเท่าไหร่จะต้องนำสินทรัพย์ที่สามารถนำมาหมุนเวียนเป็นเงินได้มาคำนวณรวมกัน สำหรับธุรกิจที่มีสินค้าคงคลังมากย่อมถือว่ามีอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสูงเพราะสินค้าคงคลังเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในบรรดาสินทรัพย์ทั้งหมด ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจด้วยว่าสินค้าบางอย่างในคลังอาจจะไม่สามารถนำไปขายเปลี่ยนเป็นเงินได้ทันท่วงทีด้วยเหตุผลว่าเป็นสินค้าที่ไม่ได้รับความนิยมของตลาดแล้วทำให้การซื้อขายยากกว่าสินค้าในกระแส

    ข้อดีของการรู้อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน

    จริงอยู่การที่ไม่มีหนี้ย่อมเป็นเรื่องดีเพราะนั่นหมายถึงว่าธุรกิจมีสภาพคล่องทางการเงินดีเยี่ยม แต่ต้องยอมรับว่าหลายธุรกิจแม้ว่าจะสามารถสร้างผลกำไรไรก็ยังคงมีหนี้สินอยู่ อันเนื่องมาจากการหมุนเงินหรือในบางเดือนยอดขายร่วงทำให้แม้เดือนต่อมาจะมียอดขายเพิ่มก็ยังคงมีหนี้สินอยู่ หนี้สินหมุนเวียนหรือหนี้ระยะสั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าหลายธุรกิจมีภาวะทางการเงินดังกล่าวคือจะต้องชำหนี้ที่มีระยะครบกำหนดชำระคืนภายใน 1 ปี นับเริ่มจากวันที่เป็นหนี้ ยกตัวอย่างเช่น เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น เงินปันผลที่ยังค้างจ่าย เพราะมีหนี้สินดังกล่าวจึงต้องรู้ว่าธุรกิจที่ทำอยู่สามารถบริหารหนี้ได้หรือไม่โดยต้องรู้อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญ ซึ่งข้อดีของการรู้อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนมีดังต่อไปนี้

    • ช่วยให้เจ้าของธุรกิจรู้สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทนำไปสู่การวางแผนการเงินและงบประจำปี
    • ทำให้ไม่ต้องเสี่ยงกับการที่ทำให้ธุรกิจขาดสภาพคล่องทางการเงิน เช่น เมื่อรู้ว่าอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนไม่เพียงพอจะต้องไม่กู้เงินเพิ่มเพราะยิ่งจะทำให้หนี้สินเพิ่มและไม่สามารถจัดการได้ในที่สุด
    • หากทราบอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนจะได้วางแผนเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม ทั้งนี้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบริษัทหรือองกรณ์ด้วย
    • ทำให้ผู้ประกอบการหรือเจ้าของธุรกิจมองเห็นภาพชัดว่าอนาคตธุรกิจจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่
    • การคำนวณอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสามารถตอบได้ดีว่าองค์กรหรือบริษัทมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงแค่ไหน อย่างถ้าคำนวณอัตราส่วนออกมาแล้ว ค่าที่คำนวนได้ > 1 จะบ่งบอกถึงกิจการที่คำนวณมีสภาพคล่องที่ดี สามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้ แต่ในทางตรงกันข้ามหากว่า ค่าที่คำนวณได้ < 1 จะบ่งบอกถึงกิจการที่คำนวณมีสภาพคล่องที่ไม่ดี ไม่สามารถชำระหนี้ระยะสั้นได้ นั่นหมายความว่าฐานะการเงินเริ่มสั่นคลอนแล้ว
    • นอกจากอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนจะทำให้ทราบว่าธุรกิจของคุณมีเงินพอสำหรับชำระหนี้ระยะสั้นได้หรือไม่แล้ว ยังทำให้คุณได้รู้ว่าบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตมากน้อยแค่ไหน 
    • ทำให้คนที่กำลังวางแผนทำธุรกิจได้วิเคราะห์ความพร้อมของตนเองว่าสามารถรับความเสี่ยงในการลงทุนได้หรือไม่เพราะหากอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเกิดเป็นน้อยกว่า 1 ก็ย่อมทำให้ธุรกิจขาดความมั่นคงและล้มเหลวในที่สุดได้

    เพราะอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเป็นหนึ่งในหัวใจหลักที่สามารถชี้ชัดภาพธุรกิจในอนาคตได้ ผู้ประกอบการจึงต้องรู้อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจตนเองเพื่อลดความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการขาดสภาพคล่องทางการเงิน หลีกเลี่ยงการสร้างหนี้เพิ่ม วางแผนการบริการเงินและการสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินให้กับธุรกิจของตนเอง

    เมื่อทราบถึงความสำคัญและข้อดีของการทราบอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนแล้วต้องทำอย่างไร?

    แน่นอนว่าคนทำธุรกิจเมื่อได้เริ่มนับ 1 แล้วก็ย่อมอยากจะไปต่อให้ได้แม้ในขณะที่มีภาวะทางการเงินที่เริ่มไม่มั่นคงและย่อมต้องหาทางออกให้กับธุรกิจ ดังนั้นเมื่อทราบถึงความสำคัญและข้อดีของการทราบอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือต้องเช็กอัตราการหมุนเวียนของสินค้าคงเหลือด้วย เพราะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการหมุนสินค้า กล่าวคือสามารถขายได้เร็วหรือไม่ ขายได้กี่ครั้งเพราะหากมีการขายออกมาก็ยิ่งทำให้ธุรกิจมียอดขายเพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วย ทั้งนี้หากพบว่ายอดขายตก มีการขายออกน้อยผู้ประกอบการจะต้องเร่งวิเคราะห์ภาพรวมของการทำธุรกิจที่ผ่านมา แนวโน้มที่จะสร้างรายได้และเปรียบเทียบกับคู่แข่งเพื่อนำไปสู่แผนการพัฒนาธุรกิจเพื่อให้สินค้าขายออกได้เร็วขึ้น 

    อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนหรือหัวใจหลักอื่น ๆ ที่บ่งบอกถึงความมั่นคงทางการเงินของธุรกิจย่อมมีความสำคัญทั้งสิ้น ผู้ที่กำลังวางแผนจะทำธุรกิจส่วนตัวจึงต้องเรียนรู้ปัจจัยที่บ่งบอกถึงความมั่นคงแข็งแกร่งของธุรกิจให้รอบด้าน เพราะลักษณะธุรกิจแต่ละประเภทมีความแตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นเปรียบเทียบการทำธุรกิจค้าปลีกกับธุรกิจค้าส่ง ธุรกิจค้าปลีกมีความเสี่ยงที่จะขาดสภาพคล่องทางการเงินน้อยกว่าอันเนื่องมาจากว่ามีเจ้าหนี้การค้าสูงหรือเป็นหนี้ที่ไม่มีดอกเบี้ยซึ่งหมายถึงว่าเป็นธุรกิจที่เก็บเงินได้เร็ว มีเงินหมุนเวียนได้ไว ที่สำคัญมีระยะเวลาในการจ่ายหนี้นานกว่า ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าการทำธุรกิจใดธุรกิจหนึ่งไม่ดี เพียงแต่มีความเสี่ยงที่แตกต่างกันผู้ที่คิดจะทำธุรกิจใดก็ตามจึงต้องวางแผนทางการเงินอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการกู้เงินที่ตามมาด้วยหนี้ก้อนโต

    บทสรุป

    ทั้งนี้หมดนี้คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน หากคุณกำลังวางแผนที่จะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง นอกจากจะต้องคิดวิเคราะห์ให้รอบคอบเกี่ยวกับเรื่องกำไร ขาดทุน แผนการตลาดแล้ว เรื่องอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนนับว่ามีความสำคัญไม่น้อย ยิ่งทำธุรกิจที่ต้องมีความเสี่ยงสูงที่จะขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ย่อมตามมาด้วยการวิเคราะห์และวางแผนทางการเงินที่รัดกุม ทั้งนี้เพื่อสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคงให้กับธุรกิจนั่นเอง