ใบกำกับภาษีคืออะไร? เจาะลึกแบบย่อ vs เต็มรูปแบบ พร้อมเงื่อนไขสรรพากรที่ผู้ประกอบการต้องรู้

ใบกำกับภาษี

ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) คือเอกสารสำคัญทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องออกให้กับผู้ซื้อสินค้าหรือบริการทุกครั้งที่มีการขาย เพื่อเป็นหลักฐานแสดงมูลค่าสินค้า/บริการ และจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บ การจัดการใบกำกับภาษีอย่างถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากการโดนเบี้ยปรับเงินเพิ่มจากกรมสรรพากร แต่ยังช่วยให้ธุรกิจใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ผู้ประกอบการใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นธุรกิจและต้องการวางระบบภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่ม สามารถใช้บริการ รับจดทะเบียนบริษัท หรือเลือกรูปแบบนิติบุคคลที่เหมาะสมผ่านบริการ รับจดทะเบียนหจก ของ Station Account® เพื่อเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่มได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์แบบ

สารบัญ
    เพิ่มหัวเรื่องเพื่อเริ่มสร้างสารบัญ

    ความแตกต่างระหว่างใบกำกับภาษีแบบย่อ และ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ

    การออกใบกำกับภาษีแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ตามลักษณะของธุรกิจและรูปแบบการให้บริการแก่ลูกค้า:

    • ใบกำกับภาษีแบบย่อ: ออกโดยผู้ประกอบการร้านค้าปลีก เช่น ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ที่ขายสินค้าหรือบริการให้แก่ผู้บริโภคคนสุดท้ายโดยตรง
    • ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ: ออกให้แก่ผู้ซื้อที่เป็นนิติบุคคล หรือผู้ซื้อที่ร้องขอเพื่อนำไปใช้เป็นภาษีซื้อในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มประจำเดือน

    ตารางเปรียบเทียบข้อแตกต่างและรายการบังคับตามกฎหมาย

    หัวข้อการเปรียบเทียบ

    ใบกำกับภาษีแบบย่อ

    ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ

    สิทธิการนำไปใช้

    ผู้ซื้อ ไม่สามารถ นำไปใช้เป็นภาษีซื้อได้

    ผู้ซื้อ สามารถ นำไปใช้หักภาษีขาย (ภาษีซื้อ) ได้

    ชื่อ–ที่อยู่ ผู้ซื้อ

    ไม่จำเป็นต้องระบุ

    ระบุชัดเจน พร้อมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และสาขา

    ระบุคำว่า

    “ใบกำกับภาษีอย่างย่อ”

    “ใบกำกับภาษี”

    การแยกแสดง VAT

    ไม่ต้องแยก (รวม VAT ไว้ในราคาสินค้าได้)

    ต้องแยก แสดงมูลค่าสินค้าและภาษีมูลค่าเพิ่มชัดเจน

    การเลขอันของเอกสาร

    เล่มที่/เลขที่ (หรือพิมพ์จากเครื่องบันทึกการเก็บเงิน)

    ต้องมีเลขที่เอกสาร และเล่มที่ (ถ้ามี) ชัดเจน

     

    รายการสำคัญที่ต้องมีในใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (มาตรา 86/4)

    หากใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบขาดองค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่งตามที่กรมสรรพากรระบุ จะถือเป็น “ใบกำกับภาษีต้องห้าม“ ไม่สามารถนำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ โดยต้องมีรายการดังต่อไปนี้:

    • คำว่า “ใบกำกับภาษี” ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
    • ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ออกใบกำกับภาษี (พร้อมระบุ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขา)
    • ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ
    • เลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้าหรือรับบริการ (พร้อมระบุ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขา)
    • หมายเลขลำดับของใบกำกับภาษี และหมายเลขลำดับของเล่ม (ถ้ามี)
    • ชื่อ ชนิด ประเภท ปริมาณ และมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ
    • จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการ โดยให้แยกออกจากมูลค่าของสินค้าและหรือของบริการให้ชัดแจ้ง
    • วัน เดือน ปี ที่ออกใบกำกับภาษี
    รับจดทะเบียนบริษัท 10,999 บาท
    [รับจดทะเบียนบริษัท วางแผนภาษีครบวงจร Station Account®]

    ตัวอย่างเคสการคำนวณภาษีและการบันทึกบัญชี (Journal Entry)

    เคสที่ 1: การซื้อสินค้าพร้อมใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (ฝั่งผู้ซื้อ)

    บริษัท เอ จำกัด ซื้อวัตถุดิบมูลค่า 100,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%) ได้รับใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบถูกต้อง
    • การคำนวณ VAT 7%: 100,000 × 7% = 7,000 บาท
    • ยอดชำระรวม: 107,000 บาท

    บัญชี

    เดบิต (บาท)

    เครดิต (บาท)

    Dr. ซื้อสินค้า / วัตถุดิบ

    100,000

     

    Dr. ภาษีซื้อ

    7,000

     

    Cr. เงินสด / ธนาคาร / เจ้าหนี้การค้า

     

    107,000

    ผลกระทบทางภาษี: บริษัท เอ จำกัด สามารถนำภาษีซื้อจำนวน 7,000 บาท ไปขอคืนหรือหักลบกับภาษีขายในเดือนนั้นได้ทันที

    เคสที่ 2: การขายสินค้าพร้อมออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบ (ฝั่งผู้ขาย)

    บริษัท B จำกัด ขายบริการที่ปรึกษาการตลาดมูลค่า 50,000 บาท (ยังไม่รวม VAT 7%) ออกใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบให้ลูกค้า
    • การคำนวณ VAT 7%: 50,000 × 7% = 3,500 บาท
    • ยอดรับชำระรวม: 53,500 บาท

    บัญชี

    เดบิต (บาท)

    เครดิต (บาท)

    Dr. เงินสด / ธนาคาร / ลูกหนี้การค้า

    53,500

     

    Cr. รายได้จากการให้บริการ

     

    50,000

    Cr. ภาษีขาย

     

    3,500

    ผลกระทบทางภาษี: บริษัท B จำกัด มีหน้าที่นำส่งภาษีขายจำนวน 3,500 บาท ให้แก่กรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.พ.30

    e-Tax Invoice & e-Receipt ระบบใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่

    ในปัจจุบัน กรมสรรพากรได้ผลักดันระบบ e-Tax Invoice & e-Receipt เพื่อลดภาระงานเอกสารกระดาษและเพิ่มความรวดเร็วในการส่งข้อมูล ผู้ประกอบการสามารถศึกษาระเบียบและข้อบังคับเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ กรมสรรพากร เพื่อปรับตัวเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัลได้อย่างถูกต้อง

    หากคุณต้องการวางโครงสร้างบัญชีที่แม่นยำและไม่พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษี การใช้บริการ รับทำบัญชี โดยทีมงานระดับมืออาชีพของ Station Account® จะช่วยดูแลการจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ให้ถูกต้องตามกฎหมาย 100%

    คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับใบกำกับภาษี

    Q1: ใบกำกับภาษีอย่างย่อ สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัทได้หรือไม่?

    A: สามารถนำมาบันทึกเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หากเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจจริง แต่ ไม่สามารถ นำตัวภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในใบกำกับภาษีอย่างย่อไปใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อหักออกจากภาษีขายได้

    Q2: หากใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปแบบพิมพ์ชื่อหรือที่อยู่ผู้ซื้อผิด ต้องแก้ไขอย่างไร?

    A: ห้ามใช้วิธีขีดฆ่าหรือแก้ไขด้วยลายมือโดยเด็ดขาด ผู้ขายจะต้องทำการยกเลิกใบกำกับภาษีใบเดิมแล้วออกใบกำกับภาษีใบใหม่ที่ถูกต้อง หรือออกใบลดหนี้/ใบเพิ่มหนี้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

    Q3: ออกใบกำกับภาษีย้อนหลังได้หรือไม่?

    A: ไม่สามารถทำได้ กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องออกใบกำกับภาษีในทันทีที่มีความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point)เกิดขึ้น เช่น เมื่อมีการส่งมอบสินค้า หรือเมื่อมีการรับชำระเงินค่าบริการ

    Q4: ผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT สามารถออกใบกำกับภาษีได้หรือไม่?

    A: ไม่ได้โดยเด็ดขาด การออกใบกำกับภาษีโดยไม่มีสิทธิเป็นความผิดทางอาญา มีโทษทั้งจำและปรับ และต้องรับผิดชอบชำระภาษีมูลค่าเพิ่มตามจำนวนที่ระบุในใบกำกับภาษีนั้นพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

    สำนักงานบัญชีคุณภาพ