จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน แต่ไม่มีรายได้ต้องทำยังไง

จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด

ในการ“จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน”เพื่อทำการเปิดกิจการหรือเอาไว้รับงานต่างๆ นั้น ต้องมีเงื่อนไขในการจดทะเบียน หลังจากจดเสร็จแล้วก็จำเป็นต้องยื่นเอกสารต่างๆ เพื่อทำตามกฎหมายที่สรรพากรระบุไว้ ถึงแม้จะมีรายได้เข้ามาในบริษัทหรือไม่มีรายได้ก็ตาม ก่อนอื่นก็ต้องอธิบายก่อนว่าเราจะต้องทำอะไรบ้างหากจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนเสร็จแล้ว

สารบัญ
    Add a header to begin generating the table of contents

    หน้าที่ที่ต้องทำหลังจากจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน

    เมื่อมีการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องมีการจัดทำเอกสารและสิ่งอื่นๆ เอาไว้พร้อมทั้งการเตรียมการต่างๆ ที่ต้องใช้สำหรับการยื่นภาษี และการตรวจสอบของบริษัท โดยต้องมีการจัดทำสิ่งต่างๆ เหล่านี้

    การบันทึกบัญชี

    ตามกฎหมายระบุว่าบัญชีรายวันจะต้องทำการบันทึกรายการภายใน 15 วันนับจากวันที่มีการทำรายการขึ้น เมื่อเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทแล้วจะต้อง
    ทำบัญชีตามมาตรฐานการบัญชี โดยจะต้องทำการบันทึกบัญชีทุกครั้งที่เกิดการทำรายการ และต้องเก็บหลักฐานการชำระเงินให้ครบถ้วน ซึ่งควรจะมีผู้ทำบัญชีอย่างน้อย 1 คน เพื่อให้เป็นผู้รับผิดชอบในส่วนของการบันทึกรายรับรายจ่าย รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆ ถ้าหากท่านไม่มีความรู้ด้านการบัญชี หรือไม่อยากจ้างนักบัญชีประจำมารับผิดชอบทำบัญชีเพราะอาจเสี่ยงต่อการตรวจสอบจากสรรพากร ก็สามารถจ้างบริษัทที่รับทำบัญชีแบบรายเดือนได้ ซึ่งบริษัทเหล่านี้จะมีความเชี่ยวชาญในข้อกฎหมาย เนื้องานเอกสารที่ซับซ้อน ทำให้กิจการห้างหุ้นส่วนไม่เสี่ยงที่จะทำผิดกฎหมาย

    เตรียมเอกสารเพื่อส่งให้ผู้ที่ทำบัญชี

    เอกสารทุกอย่างในการ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น ต้องผ่านการตรวจสอบและมีลายเซ็นต์หุ้นส่วนที่เกี่ยวข้องทุกครั้งก่อนจัดส่งให้ผู้มีคุณสมบัตินักบัญชี นอกจากนี้เอกสารต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนมีความสำคัญมาก ห้ามทำหาย และยิ่งเป็นการส่งให้บริษัทบัญชี เอกสารต่างๆ ต้องครบถ้วนถูกต้องทุกขั้นตอนป้องกันการเกิดปัญหาตัวเลขไม่ตรงกับความเป็นจริงได้ ซึ่งจะทำให้เกิดผลกระทบตามมามากมาย

    ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

    แน่นอนว่าหลังจาก จดทะเบียนห้างหุ้นส่วนแล้วจำเป็นต้องจ่ายภาษี เมื่อเกิดการจ่ายค่าบริการแล้วจะต้องบันทึกไว้ทุกครั้ง หลังจากนั้นทำการนำหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยจะต้องนำส่งสรรพากรไม่เกินวันที่ 7 ของเดือนถัดไป รายละเอียดมีดังนี้

    ภงด. 1 เงินเดือน ค่าจ้าง สำหรับพนักงาน คิดตามแบบขั้นบันได ยิ่งเงินเดือนสูงมากก็ยิ่งจ่ายภาษีมากขึ้น

    ภงด. 3 : ภาษีหัก ณ ที่จ่าย บุคคลธรมดาที่ไม่ใช่พนักงานประจำ ตัวอย่างเช่น ค่าจ้างวิชาชีพอิสระ ค่าจ้างทำของ ค่ารับเหมาต่างๆ

    ภงด. 53 : ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นิติบุคคล อันนี้จะคล้ายแบบบุคคลธรรมดาแต่จะมีผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นค้าจ้างทำของ ค่าโฆษณา รับเหมา ค่าเช่า เป็นต้น

    ภงด. 54 : ภาษีหัก ณ ที่จ่าย นิติบุคคลต่างประเทศ อันนี้เป็นการทำธุรกรรมกับบริษัทอื่นๆที่ไม่ได้อยู่ในประเทศไทย รายละเอียดจะเหมือนกับ ภงด. 53 เช่น ค่าประกอบวิชาชีพอิสระ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าลิขสิทธิ์ เป็นต้น

    ภาษีมูลค่าเพิ่ม

    ภาษีมูลค่าเพิ่มหรือที่เรารู้จักกันในชื่อ VAT โดยบริษัทที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว จะต้องยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มทุกเดือนถึงแม้จะไม่มีรายการซื้อ-ขายใดเกิดขึ้นก็ตามในระหว่างเดือน โดยจะต้องยื่นด้วยแบบ ภพ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

    ประกันสังคม

    ข้อกำหนดของประกันสังคมนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป จะต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง และขึ้นทะเบียนลูกจ้างเป็นผู้ประกันตนด้วยกับทางประกันสังคมด้วย ซึ่งต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน กรณีมีลูกจ้างใหม่หรือลูกจ้างลาออกก็ต้องแจ้งภายใน 30 วันเช่นกัน สำหรับการส่งเงินสมทบประกันสังคมนั้น จะต้องส่งให้ลูกจ้างประจำทุกคน โดยยื่นแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

    ภาษีโรงเรือนและที่ดิน

    ภาษีโรงเรือนที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนที่เข้าข่ายที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

    • ให้ผู้อื่นมาอยู่อาศัยฟรีๆหรือให้เช่าโดยไม่คิดค่าเช่า
    • ใช้ที่เป็นสำนักงานดำเนินธุรกิจพาณิชย์
    ภาษีโรงเรือนมีอัตรา 12.5% ของค่าเช่า โดยต้องยื่นแบบ ภรด.2 ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี

    ภาษีป้าย

    ถ้าหากมีป้ายไม่ว่าจะเป็นป้ายบริษัทหรือป้ายโฆษณาทางการค้า จำเป็นจะต้องเสียภาษีป้าย โดยคิดตามขนาดป้าย ป้ายที่ขนาดใหญ่ก็จะเสียภาษีมากขึ้นตามไปด้วย โดยต้องยื่นแบบ ภป.2 ภายในวันที่ 31 มีนาคมของทุกปี

    ภาษีกลางปี

    หลังจากจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนแล้วจำเป็นต้องยื่นภาษีกลางปีโดยประมาณการกำไรสุทธิของทั้งปี (สำหรับห้างหุ้นส่วนที่เปิดกิจการปีแรกไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีกลางปี) โดยทำการยื่นแบบ ภงด.51 ภายใน 2 เดือน นับตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป

    ปิดปัญชีครั้งแรก ภายใน 1 ปี

    เป็นการตรวจสอบบัญชีครั้งใหญ่ของห้างหุ้นส่วน โดยส่วนใหญ่ห้างหุ้นส่วนจะมีการจัดตรวจสอบบัญชีก่อนที่จะถึงหน้ายื่นภาษีเพื่อเตรียมการจัดทำภาษีให้ถูกต้องนั่นเอง ซึ่งบางกกิจการห้างหุ้นส่วนจะมีการปิดตรวจสอบทุก 6 เดือนหลังจากการปิดบัญชีในครั้งแรกแล้วก็มี เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาหลังจากการ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน จึงต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ทั้งนี้หลังปิดครั้งแรกไปแล้ว ครั้งต่อๆ ไป ก็ให้ปิดทุก 12 เดือนนั่นเอง โดยจะต้องยื่นแบบ ภงด.50 โดยคำนวนจากกำไรสุทธิ ภายใน 150 วัน นับแต่วันหมดรอบระยะบัญชี

    จัดทำงบการเงิน

    การจัดทำงบในด้านการเงินนั้น ต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งเมื่อครบหนึ่งปี โดยงบเหล่านี้ต้องมีรายการย่อยต่างๆ ตามที่มีการกำหนดเอาไว้ และต้องมีการตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชีอย่างน้อยๆ หนึ่งคนเสมอ จึงจะสามารถนำเข้าที่ประชุมเพื่อนำเสนอให้ผู้ถือหุ้นได้ทำการอนุมัติงบต่างๆ ภายใน 4 เดือน ตั้งแต่วันปิดรอบปี และภายในหนึ่งเดือน ต้องมีการยื่นงบการเงินต่อสำนักบริการข้อมูลธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรืออาจเป็นที่สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าฯ ภายในระยะเวลา 1 เดือน โดยจะนับตั้งแต่วันที่มีการอนุมัติ แต่กรณีที่เป็นห้างหุ้นส่วนนั้นต้องมีการจัดทำและยื่นภายใน 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ปิดบัญชี การจัดทำงบตามที่กล่าวมานี้ยังรวมไปถึงห้างหุ้นส่วนที่มีการจดทะเบียนเรียบร้อยแต่ยังไม่ได้ประกอบกิจการก็ต้องมีการส่งงบการเงิน หากไม่ทำอาจต้องระวางโทษได้ โดยจะมีการปรับไม่เกิน 50,000 บาท

    จัดหาสถานที่เพื่อเก็บรักษาเอกสาร

    ควรจะหาที่เก็บหรือสถานที่เก็บเอกสารเป็นหลักแหล่ง เพราะเอกสารในการ จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน ทุกอย่างแม้ว่าจะมีการยื่นงบต่างๆ เรียบร้อยแล้วแต่ในด้านหลักฐานบัญชีก็ต้องมีการเก็บรักษาอย่างต่ำ 5 ปี จึงต้องมีสถานที่จัดเก็บและทำเอาไว้ให้เป็นหมวดหมู่นั่นเอง

    มีการจัดประชุมใหญ่สามัญ

    การจัดประชุมนี้หากคุณเป็นบริษัท จำกัด ต้องมีการประชุมหลังจากการจดแจ้ง 6 เดือน พร้อมทั้งต้องมีการจัดประชุมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี อย่างน้อยต้องมีการจัดการประชุมหนึ่งครั้ง

    กรณีจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนแล้ว แต่ไม่มีรายได้

    การจัดประชุมนี้หากคุณเป็นบริษัท จำกัด ต้องมีการประชุมหลังจากการจดแจ้ง 6 เดือน พร้อมทั้งต้องมีการจัดประชุมอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี อย่างน้อยต้องมีการจัดการประชุมหนึ่งครั้ง

    • ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถ้าหากมีการจ่ายค่าแรงหรือค่าจ้าง จะต้องยื่น ภงด 1 ภงด3 หรือ ภงด 53 แต่ถ้าไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆไม่จำเป็นต้องยื่น
    • หากบริษัทจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แม้จะไม่มีการซื้อขายก็จะต้องยื่นแบบ ภพ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
    • ประกันสังคม หากมีลูกจ้างต้องมีการยื่นประกันสังคมและเงินสมทบทุกเดือน
    • เสียภาษีโรงเรือนหากเข้าข่าย  และภาษีป้ายหากมี
    • ยื่นแบบภาษีกลางปี ภงด 51
    • ยื่นแบบภาษี 1 ปี ภงด 50
    • จัดทำงบการเงิน  

    บทสรุป

    ในการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วน แต่ละครั้งคุณต้องทำความเข้าใจกับกฎต่างๆ ให้ดีและต้องพร้อมที่จะทำตามอย่างถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเปิดกิจการเพื่อเดินเงินก็ตาม อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณไม่มีความรู้ด้านการทำบัญชีก็สามารถเลือกบริษัทที่รับทำบัญชีรายเดือนได้อีกด้วย

    Leave a Comment

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *